Amornrat's profileAbout >> @Zinee_sandy@PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
About >> @Zinee_sandy@>> ~ When i fall in love again and again ~ << January 02 Happy New Year ห่างหายการอัพสเปซไปนานมาก มัวแต่ไปหลงระเริงกะของเล่นใหม่ ก็งี้แหละคนเรา ได้ใหม่ก็ต้องลืมของเก่า มันเรื่องธรรมด๊า ธรรมดา ปีใหม่ปีนี้ แปลก ทรายไม่ได้ตั้งความหวัง ความตั้งใจอะไรไว้เลย ไม่เหมือนปีก่อน ๆ (ยกเว้นเรื่องหาลูกเขยให้แม่นะ อันนั้นยังตั้งใจอยู่ 555) เหตุผลก็คือ ตั้งใจไว้แต่ทำไม่ได้ ก็ไม่รู้จะตั้งทำไม ผ่านไป 2 วัน ไอ้ที่ตั้งใจก็ลืมละ สู้มาทำทุกๆ วันที่จะมีต่อไปให้มันดีที่สุดดีกว่า
ขอบคุณทุกๆ คนนะที่ยังรักกันจนป่านนี้ ผ่านปีใหม่มากี่ปีๆ ก็ยังมีข้อความให้กันเสมอ รักมากมายเลยจ๊ะ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุขสมหวังในปีใหม่นี้นะ สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่จน คิดดี พูดดี ทำดี และให้สิ่งดีๆ มาสู่ชีวิต
Happy New Year Ja October 23 ตะลุยเสม็ด มาละเหวย มาละวา อมรรัตน์มา อัพสเปซซะที ฮิ้วววววว
จะอัพทั้งที เด๋วนี้ต้องมีโอกาส พิเศ๊ษ พิเศษ ก็เมื่อวันที่ 20-21 ที่ผ่านมา ได้ไปลันลาที่เกาะเสม็ด (ติดตามอ่านต่อไปว่าจะเสร็จทุกรายมั้ย) ก่อนจะเล่าขอเช็คชื่อเพื่อนๆ ก่อน ทริปนี้ไปกัน 8 คน 8 คน ล้วนๆ ประกอบด้วย ทราย แอล เบน แก่ หมา นัน ยู พง เริ่มจากเช้าวันที่ 20 แก่มารับทรายที่บ้าน แล้วก็ไปรับยูที่จัสโก้ รับแอลกะเบนที่บ้านแอล แล้วก็ไปรวมไพร่พลที่บ้านพง แหม่ หลายที่จริงวุ้ย ไปถึงก็เจอหมากะนันรออยู่ที่บ้านพงแล้ว คนครบแล้ว ดูท่าเหมือนไม่มีปัญหาชิมะ แต่ว่ามันมีนี่สิ ปัญหาใหญ่มั่กๆ ด้วย เพราะยังไม่รู้เลยจะไปไหน 555+ จนออกเดินทางก็ยังตกลงกันไม่ได้ ไปได้คำตอบอีกทีก็นู่นจุดพักรถมอเตอร์เวย์ ตกลงกันแระว่าจะไปเสม็ด ฮิ้ว ดีใจๆ แล้วก็ขับรถตามกันมาเรื่อยๆ ขับไปขับมาเลยไปนู่นน ต้องวนรถกลับ คุณแก่เลยคนนำทาง พอเข้าที่ข้างทาง (ที่ถูก) ก็ขับกันไปจนถึงปั้มปตท. (แก่มันรักองค์กรจริงๆ ) ก็เติมน้ำมัน แวะไปเข้าห้องน้ำ กลับมาอีกที ยูกะแอลคุยเรื่องเล่นมายากลกัน ตอนแรกก็งงๆ อะไรวะ แล้วเราก็อ๋อ คุณแก่เพื่อนเลิฟ ลืมกุญแจไว้ในรถซะงั้น กร๊ากกกกก ต้องตามหาคนมาแงะให้ หลังจากเปิดรถได้ก็ขับกันต่อไป เอ๊ะ โอ โดนตำรวจเรียก เพราะขับรถเร็วเกินกำหนด เพื่อนหนูมันขับ 140 ฝ่าๆ เองนะคร๊า อีกแล้วค่ะ รอบนี้ก็คุณแก่อีกแล้วค่ะ 555+ ได้อีกๆ เพื่อนกรู แล้วก็ขับกันไปเรื่อยๆ ถึงเพตอนประมาณ 11 โมงเกือบๆ เที่ยง ก็หาที่ฝากรถพร้อมกะหาที่พักกัน แต่ที่พักยังหาที่ถูกใจไม่ได้เลยอ่า ก็เลยไปกินข้าวกันก่อน รอเรือมารับตอนบ่าย ระหว่างรอเรือก็ถ่ายรูปกัน ประหนึ่งว่าเป็นนางแบบเลยทีเดียว ทรายกะแอลนี่สวยแบบกินกันไม่ลงเลย หรือว่ากินไม่ลงวะ อิอิ ส่วนเจ้เบนเค้าสวยน้อยกว่าเลยไม่กล้าแข่ง โอ้โหกรู ช่างกล้าจำนรรจา 555+ และแล้วก็ถึงเวลาลงเรือ ทรายลั้นลามากมาย แทบไม่นั่งเลย เดินไปเดินมาตลอด ยืนตากลมจนเกลือขึ้นไปเลย และแล้วก็ถึงเสม็ด เกาะแก้วพิสดารของพวกเรา เรือเทียบท่าที่หน้าด่าน จากนั้นเราก็ติดต่อหาที่พักกัน คำตอบที่ได้คือ เต็ม เต็ม เต็ม ค่ะน้อง T-T กรรมของเวร หุหุหุ แต่ก็เอาวะ เสี่ยงโชคดู ทีนี้ก็เลยเหมารถไปอ่าวไผ่กัน ก่อนไปถึงอ่าวก็ต้องเสียค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - เกาะเสม็ดกันก่อน ราคาเด็ก 20 ผู้ใหญ่ 40 ก็นะ เพื่อนๆ แอบต่อเค้าอีกตะหาก ทรายก็ลองแย็บๆ บอกเค้าว่าหนูยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวกันเลยค่ะพี่ ขอจ่าย 30 ได้มั้ย หรือไม่บัตรประชาชนมีส่วนลดมั้ยคะ ทีนี้เพื่อนแก่เสริมว่าบัตรนักศึกษามีลดมั้ย เหอะๆๆ พี่เค้าคงเวทนาปนสงสารเลยให้พวกเราผ่านไปในราคา 20 บาท เกริ๊บ แล้วก็ได้เข้าไปในอุทยาน ถนนหนทางเค้าก็ดีเชียว ประโช๊ดดดด หัวสั่นกันคลอนแคลน และก็มาถึงอ่าวไผ่ เราก็เดินหาที่พักกัน ปรากฏว่า เต็มๆๆๆๆ แต่มีเจ้านึงยังว่างอยู่ บอกราคามา 4 พัน ไอ้ทรายต่อเลย 3500 เจ้าของแม่งก็ให้อีก อ้าว เออดีวุ้ย คนที่นี่ ได้พักซะที ถึงห้องพักมันจะ ... นะ ช่างมันเถอะ นอนพัก นอนเล่น นอนคุยกัน จนถึง 5 โมง ก็ออกไปถ่ายรูปกันริมหาด หมากะนันก็แบบ เข้าใจอะไรผิดปะ ทริปเที่ยวเฟ้ย มะช่ายฮันนีมูน ฮ่วย หวานซะ สงสารพวกกรูมั่งเห๊อะ พอถ่ายรูปกันครบก็เอาจานร่อนมาเล่นกัน เหนื่อยโคตร แต่หนุกดี 5555 ย้อนวัยกันไปเป็น 10 ปี เล่นกันพอเหนื่อยมั่กๆ พวกผู้หญิงเลยไปอาบน้ำก่อนเตรียมตัวไปดินเนอร์ ทรายก็แต่งซะหรูเลย เสื้อยืดกะกางเกงเลสีชมพู กระแตได้อีกอะ ก็วนกันอาบน้ำจนครบก็ไปกินข้าวกันที่ร้านอาหาร กับข้าวก็โอเคอ่ะ แต่บราวนี่อาหย่อยที่สุด กินกันอิ่มพวกผู้ชายกะนันก็นั่งดูบอลกันต่อ ทรายเบน แอลก็เลยไปเดินริมหาดกัน กะว่าดึกๆ จะมาปาร์ตี้ออนเดอะบีช จนถึงกาลเวลา ก็มานั่งกันที่ริมหาด สั่ง Bacardi Coke มากระป๋องนึง เพื่อนๆ บ่นขม แต่ทรายว่ามันอร่อยดีนะ คอทองแดงไปแล้วมั้งชั้น ทีนี้เลยกลัวจะไม่หมด เลยต้องเล่นเกมส์เพื่อกินเหล้า ให้กำหนดเลย แล้วนับไล่ไปเรื่อยๆ เรียกเสียงฮาได้มากทีเดียวเชียว แล้วก็ถึงเวลาโชว์ควงกระบองไฟ ทรายกะเบนแอบกรี๊ด เพราะเท่ห์มั่กๆ วงแขนงี้กล้ามเป็นมัดๆ อื้มมมมม หื่นแระช้านนนน ทรายกะเบนนี่เค้าเรียกกรี๊ดแบบนังชะนี แต่พอดีว่าคืนนี้ บาร์ที่ทรายมามันกลายเป็นงานราตรีสีม่วง ฟลอร์เต้นงี้ มีแต่ท่านๆ ทั้งนั้น อมรรัตน์ไม่กล้าออกเสตปไปเลย แรงไม่เท่าอ่ะ 555 ทีนี้ก็เลยซื้อขนมกลับไปกินกัน พวกผู้ชายก็เล่นไพ่กันอยู่ อิ่มแล้วก็ดูฮานะซัง ดูได้แผ่นนึงก็โดนยึดที่ หยุดดูหนังมานั่งเล่นเกมส์กินน้ำ นี่ถ้าไม่ได้กินเหล้าที่บาร์ทริปนี้ Non-Alcohol แน่ๆ เล่นกันไปก็อย่างฮา ลืมดูเวลากันไปเลย จนรู้สึกตัวกันอีกทีก็ดึกแระ เลยไปนอนกัน แต่กว่าจะหลับกันได้ ก็ นะ คุยกันเสียงดังลั่นเลยทีเดียว หลับสนิทเลยตื่นอีกทีก็เกือบๆ 6 โมง ลุกมาแปรงฟัน ไปเดินถ่ายรูปกะแก่ 2 คน ถึงพระอภัยมณีนู่น สักพักเจ้แอลก็ตามมาจากสีกางเกงทราย เด่นมากกก 555+ แล้วเจ้เบนก็เดินอย่างหมดแรงตามมา เดินตามหาเสีย หลายหาดเลย ทีนี้เราก็ถ่ายรูปเล่นกัน นางแบบก็นางแบบเหอะ โดนพวกเราเบียดกระเด็น แบบมั่นใจมากกก เดินจนเหนื่อยก็แวะไปหาอะไรกินกัน อาหารช้ามากกก แต่หมาที่ร้านน่ารักก็ให้อภัย เจ้า 2 ตัว ตุ๊กดิ๊ก กะ ด๊องแด๊ง โดนแอลตั้งชื่อซะงั้น เพื่อนๆ ก็ค่อยๆ ทยอยตื่นมากิน เสร็จแล้วก็ทยอยกันไปอาบน้ำ เตรียมตัวกลับบ้าน ก่อนกลับก็ต้องขอชักภาพหมู่เป็นที่ระลึกไว้หน่อย งามกันทีเดียวเชียว แต่ละคน แล้วก็เดินไปขึ้นรถที่หาดทรายแก้ว ระหว่างทาง พงก็โชว์คว้ากระเป๋าที่กำลังจะร่วงอยู่แล้ว แบบว่าวิทยายุทธมันแกร่งกล้าเสียจริง แต่ที่รั่วเป็นรอบที่ร้อยก็ต้องเฮียแก่ ปล่อยหมวกเจ้แอลหลุดซะงั้น ก็วิ่งกลับไปเอาอีก มันรั่วจริงๆ วุ้ย ทีนี้ก็มาถึงท่าเรือ เรือรออยู่พอดี ขึ้นไปก็ได้กลับเลย โชคดีมากได้เรือ 2 ชั้น เลยขึ้นไปโพสท่ากันบนดาดฟ้าเรือ คนอื่นๆ ก็มีนะ แต่ก็นะ อายซะที่ไหนล่ะ หุหุหุ กลับมาถึงฝั่งเราก็ไปหาที่กินข้าวกันที่สวนสนอาหารช้า และไม่อร่อย หาดก็สกปรก กรูอยากจะบร้า แต่ก็กินกันหมดไปแระนี่ อิอิ กินอิ่มก็แยกย้ายกันกลับ รถหมาต้องไปส่งยู (ทริปนี้มันมาไรท์แผ่น) ที่ เกษตร ศรีราชา ส่วนรถแก่ก็พาพวกทรายกลับบ้านโดยต้องไปอย่างรีบเร่งเพราะต้องไปส่งหนูเบนไปดูคอนเสริต์ เพื่อนช้านพลังล้นมากๆ หุหุ จากนั้น แก่ก็มาส่งทรายที่บ้าน เฮ้อ ยังไม่อยากกลับเลย อยากเที่ยยวต่อ ทริปในรอบหลายปีเลยนะเนี่ย แต่ทริปหน้ากำหนดไว้แล้วว่าจะไปภูกระดึงกัน ทรายต้องลางานให้ได้เลย ต้องไปให้ได้ๆๆๆ September 30 ได้อีกๆ เมื่อวานกะวันนี้ นับว่าเป็น 2 วันที่ทรายได้หัวเราะเยอะโคตรๆ
เมื่อวานหลังจากทำงานเสร็จก็นัดกันไปกินข้าว มีทราย เดียร์ นัท และก็คุณชายหมู คุณชายท่านเลิก 6 โมง ช้ากว่าชาวบ้านเค้าเลย พอหกโมงปุ๊บ ก็ช่วยๆๆ กันปิดรอบ พี่ๆ ก็งงกัน มันจะรีบไปไหนกัน อิคุณหมูตอบดีมาก "เค้าจะพาผมไปปล้ำอะพี่" กร๊ากกกก เห็นแบบนี้ช้านก็เลือกนะเฟ้ยยยย 555+ ห้องเย็นวันนี้ครึกครื้นมาก ขำกันยังกะกินกัญชา ขำจนปวดท้อง สงสัยเพราะคุณแม่ (หัวหน้า) ไม่มา พอปิดรอบกันเรียบร้อยก็เดินทางออกจาก รพ. แต่เดินออกไป แมนมากกก เพื่อนกรู แต่ยังดีที่ไปเจอ Taxi กลางๆ ซอย หุหุ ได้ขึ้นรถมา เจ้ๆ แกก็ยังฮาไม่หยุด พยายามแทะโลมหมูตลอดเวลา เด๋วจะพาหมูไปบ้าน เด๋วจะไปบ้านหมู น่าสงสารจริงจริ๊งเป็นชายเดียวในกลุ่มเนี่ย ^0^ พอไปถึง โอ้ ไปร้านไหนก็เต็มต่อคิวกันยาวววเชียว วันเสาร์ปลายเดือนนี่ ก็ต้องทำใจ สุดท้ายก็ได้กินฟูจิ หิวจนตาลายเลยกุ กินไปก็ขำกันไปอีก สงสัย Sodexho มันต้องใส่กัญชาในข้าวแน่ๆ เรย
ส่วนของวันนี้ นัดเพื่อนๆ กลุ่มของมันไปกินข้าวกัน สถานที่หรูหรา Esplanard แต่ละคนมาถึงก็กัดกันเลยทีเดียว แล้วยังมีน้องเก้ามาให้แทะโลมอีก แหมมมม เด็กปี 1 มันกรุบกรอบดีจริง 555+ พอสมาชิกมากันครบก็เดินหาร้านกินข้าวกัน มีข้อแม้อย่างนึงไม่เอาอาหารญี่ปุ่น พอตัดออกร้านเหลือนิดเดียว หุหุ เดินกันตั้งแต่ใต้ดินยันชั้น 4 ก็ยังไม่ได้คำตอบ จนมาสรุปกันที่ร้านพิซซ่า ชื่อไรอ่ะ จำไม่ได้ ไปถึงก็โอ๊ย ทำร้านเค้าวุ่นวาย แล้วทรายกะอีดะดันนั่งใกล้กัน ตายเลยๆ ทะเลาะกันตาย กร๊ากกก นั่งกินไปก็ถ่ายรูปกันไปด้วย แล้วก็กัดกันไปกัดกันมา ชั้นละช๊อบชอบบรรยากาศนี้ ฟิมญ นี่ก็ไม่ได้เลย พยายามแทะน้องเก้าตลอด ห่างตาฮงไม่ได้เล้ย 555+ ส่วนแนนกะเตลก็แรมต่ำ โหลดช้าเหมือนเดิม ไม่ค่อยทันมุข แต่แนนมันเริ่มเร็วแล้ววุ้ย อิอิ ด้านหนูอู๊ดดี้กะน้องปรางก็สวีทกิ๊บกิ้วกัน 2 คน แต่ก็นะ ดูมันเพลียๆ กันไม่ค่อยตอบโต้เลยวันนี้ และเจ้เก๋โตก็ยัง "โต" เหมือนเดิม .... อะไรโตหว่า อิอิ 0_0
แล้วก็คุณเก๋ตี่ก็ยังคงคุณลักษณะเดิมพูดน้อยต่อยหนัก ต่อยมาที เปรี้ยงเข้ากลางหน้าเลยทีเดียว ใครอีกหว่า อ้อ คุณฟิมชาย อันนี้ลืมไม่ได้เลย ขอบคุณที่มีคนมาให้พวกเราแทะนะจ๊ะ คนสุดท้ายนังดะนัท สรรหารูปถ่ายประหลาดๆ ตลอด แล้วเมิงจะกัดกรูทำไมนักหนาเนี่ย แง่งงงงง หลังจากจัดการอาหารคาวเรียบร้อยก็ต่อด้วยอาหารหวาน ที่แสนคุ้นเคย เจอกันทีไรก็ต้องกินไอติม คราวนี้หรูกว่าเดิมกิน i-berry นั่งกินกันก็เอาฮา ถ่ายรูปกันตลอด เจอผู้ชายคนนึงหน้าตาดี ทรายก็ชมเรียบร้อย สรุปเป็นเพื่อนนังดะ เง้อออ ฮากระจายกันกระจายเลยทีนี้ กะลังนินทากัน รู้จักกันซะงั้นอะ พอฮากันได้ที่ก็เลยกลับบ้าน เหนื่อยมากกก หัวเราะเยอะมากกกก สุดๆ มากๆ เลยวันนี้ ^^
ชั้นอ่ะ รักพวกแกนะเฟ้ย 2เก๋ 2ฟิม แนน เตล อู๊ด ดะ (+น้องมะปราง +น้องเก้า) พวกเราอยู่ด้วยกันทีไร มีเรื่องสนุกๆ กันตลอด แบบว่าอธิบายไม่ถูกว่ะ ดีใจโคตรที่ได้รู้จักกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้ (กรูซึ้งนะเนี่ย) แล้วกรูก็อยากให้เราเป็นแบบนี้ตลอดไปนะ
ปล. วันนี้เขียนแบบงงๆ อ่านแล้วคงงงๆ อ่ะนะ 5555+ September 10 มันโดนนนนนน !!!!!
August 26 แรลลี่ ค่ำคืนอันแสนสุข เลี้ยงส่งหมูปั้น มะวานนี้ (25/08/07) มีกำหนดการไปเลี้ยงส่งหมูปั้น โกอินเตอร์ ไปเรียนจีน นัดกันไว้ ณ เวลา หนึ่งทุ่ม อิชั้นก็รีบๆๆๆๆ ปิดรอบเพื่อจะได้ไปทัน ไปถึง ควรแก่เวลาพอดี เจอกุ๊ดจี่กะขิกนั่งรออยู่แล้วพี่หมาก็เดินเข้ามาสมทบ ซักพัก พง กะเจอาร์ก็ตามมา ต่อด้วยเสี่ยนนท์ ระหว่างรอเพื่อนๆ พี่ท่านก็เม้าส์ๆๆๆๆๆ แหม่ แทบไม่หยุดปาก แล้วเราก็รอจนเจ้เบนกะหนูแอลมาถึงเก๊าะเลยออกเดินทาง รู้สึกนัดนี้รถจะเยอะเกินไปรึป่าว มีรถเบน หมา พง นน ตอนนี้ 4 แระ แล้วก็ยังเหลือรถคุณแก่ กะคุณกองอีก ที่กำลัง on the way นัดนี้รถ 6 คันเลยทีเดียว เหอะๆๆ แล้วเราก็ออกเดินทางไปร้าน Blue Note แถวรามคำแหง ไปถึงแต๊นนนนนน ร้านเต็ม ป๊าดดดดโธ่ ลืมกันป่าวเนี่ย เย็นวันศุกร์อะ ทีนี้เราก็รอกอง ยู แล้วก็ปั้นมาถึงเพื่อปรึกษาหาเรื่อง เอ้ย หารือว่าจะไปไหนกันดี สรุปสุดท้ายเจ้เบนกะเจ้แอลอยากไปทะเลบางกอก อ้าว ไปก็ไปกัน ขับตามกันไป (ระหว่างนี้ดันเกิดอุบัติเหตุ เล่นเอาหนูเบนหมดสนุกเลย ) ไปถึงร้านดั๊นเต็มอีก บ๊ะ ร้านออกใหญ่โต เซ็งกันไปเรย จนคุณชายกองเสนอพรีเมียร์พระราม 9 เออๆๆ ไปกันเหอะ 3 ทุ่มกว่าแระ ยังไม่ได้กินไรกันเลย T-T ไปถึงมันก็มีร้านอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งนึงเป็นร้านอาหารมีบอลดูด้วย อีกฝั่งนึงดูไฮโซกว่าเป็นร้านสเต็กลาว ตัดสินใจกันไม่ได้อีกทีนี้ หนูเบนก็ปวดฉี่ขึ้นมา เลยไม่เลือกแระ ร้านไหนอยากไปกิน เลือกเอาร้านที่หนูเบนอยากไปฉี่ละกัน 5555++++ เพื่อนกรูทำไปด๊ายยยย สุดท้ายต้องให้พงกะเจอาร์เป่ายิงฉุบกัน พงชนะกินสเต็กลาว เจอาร์ชนะกินร้านอีกฝั่งนึง (เจ้เจ้าของร้านลดให้ 15 เปอร์เซนต์เชียว) แต่เจ้าพงก็ชนะ เฮอะๆๆ ตัดสินใจกันได้ซะที แล้วคุณแก่ก็ตามมาถึง แหม่ คุณชายเค้า work hard น่าดู แต่เจ้เบนก็กลับก่อนอ่า เพราะหม่าม๊าให้กลับแล้ว เซ็งเรย อดเม้าส์กัน พอรวมกันได้ก็เริ่มกิน พออาหารมาถึงปอบนี่ลงทันใด แล้วพอเริ่มอิ่มปากก็ทำงานอีกครั้ง พูดกันซะ ทรายกะแอลหัวเราะจนท้องแข็ง และแล้วก็ถึงเวลาบ๊ายบายกัน หมาไปส่งทรายที่บ้าน แต่ต้องไปรับกองที่เอารถไปไว้ที่บ้านก่อน เพราะคุณชายทั้งหลายจะไปต่อกันที่ร้านพี่ปั้น แถวบ้านเรียกตายรัง 5555+ พอรับหนูกองเสร็จ ก็ไปส่งทราย อย่างสวัสดิภาพ อิ่มเอมมั่กๆ เลยยวันนี้ อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ รักๆ เพื่อนๆ มากๆ อยากให้เราเป็นแบบนี้ไปนานๆ นะ รักๆ พวกแกจริงๆ ^^ August 20 วันแย่ๆ กับเรื่องที่มีความสุข ขออัพสเปซด้วยอารมณ์เสียอย่างโคตรๆ แต่จะไม่ขอพูดถึงเรื่องวันนี้ เพราะแม่ง "นรก" เอาเรื่องเมื่อวานดีกว่าเผื่ออารมณ์มันจะดีขึ้นมามั่ง
เมื่อวานไปมหาลัยมา นัดกะ 2 เก๋ ว่าจะไปตะเวนถ่ายรูปรอบมหาลัยกัน ทรายเจอกะตี่ก่อน แล้วก็เริ่มเดินถ่ายรูปตั้งแต่ประตูพหล เริ่มที่หอประชุม เสาธงต้นข้าว แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ถึง 3 บูรพาจารย์ ถึงแค่ตรงนี้ก็เหนื่อยแล้วอ่า ร้อนโคตร ~~ เสร็จจากจุดนี้ก็เดินไปเรื่อยๆ เป้าหมายอยู่ที่หอสมุด ระหว่างก็ชักจะหิว เลยซื้อโกโก้ 1 แก้ว หมูย่าง 3 ไม้ ข้าวเหนียวอีก 1 ถุง ไปถึงก็เจอเก๋ซ่ากะโดนัท ถ่ายรูปกันอยู่ ทรายก็ไม่ไหวแระ ขอกินเอาแรงก่อนนะ นั่งกินจนหมด 2 หนุ่ม นิวนามก็มาถึง มาถึงก็จะกินสเต๊กพี่โหน่งเลย ใจเย็นวุ้ย กรูยังถ่ายรูปไม่เสร็จเลย ทรายก็เลยไปถ่ายรูปที่ลานพระพิรุณ หน้าหอสมุด แดดร้อนมากกก มีนามกะโดนัทเป็นตากล้องกิตติมศักดิ์ ถ่ายตรงนั้นจนจุใจก็ไปต่อกันที่สนามอินทรีย์ฯ แต่โตกะโดนัทขอแยกตัวไปแล้ว เลยเหลือกัน 4 คน ช่างภาพนามก็พยายามกับรูปโยนหมวกมากๆ หมดไปหลายสิบช็อท กว่าจะพอใจ ถ่ายตรงนี้เสร็จก็เคลื่อนไปที่สำนักพิพิธฯ ไปถ่ายรูปกะให้อาหารปลา รู้สึกดีมั่กๆ เลย จากนั้นก็ได้เวลาไปกินสเต็กซะที ตี่ก็ขอปลีกตัวไปอีกคน มีนัดเลี้ยงเอ็มเคที่บ้าน โอ๊ย แฟมิลี่เกิน เอ๊ย เกิร์ล มากๆ ไปๆ มาๆ เหลือกัน 3 หน่อ กินกันจนลุกไม่ไหว นั่งย่อยซะตั้งนาน ขากลับตานิวเลยไปส่งทรายกะนามหน้าเซนทรัล เพื่อไปเอารูปก่อน รูปปึกใหม่โคตร หมดไปพันฝ่าบาท ซีดเรยกรู 55555+ August 06 PHOTO DAY เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (04/08/07) เป็นวันที่ทรายถ่ายรูปทั้งวันเลย เริ่มจากตอนเช้าไปถ่ายรูปครอบครัวที่ Beloved Studio ถ่ายกัน 3 ชุด ชุดแรกเป็นชุดครุย ชุดที่สอง เป็นชุดลำลอง ส่วนชุดที่สามเป็นชุดไทย ขอบอกว่าดูไทยมั่กๆ หน้าให้อย่างแรงเลยทีเดียว อิอิ พี่ช่างแต่งหน้า แต่งหน้าละเอียดโคตร แบบว่าแต่งออกมาแล้วชอบสุดๆ มาถึงร้าน 10.30 แต่กว่าจะถ่ายเสร็จก็ปาเข้าไป 4 โมงครึ่ง โอ๊วววว มายก๊อดดด ชั้นมีนัดถ่ายรูปกลุ่มที่ U-Smile ตอน 4 โมงเย็น 5555+ ไม่ทันแระ ทรายเลยนัดตี่ออกมาแล้วนั่ง Taxi ไปพร้อมๆ กัน แอบโกหก Taxi ว่าไปเกษตร เพราะเวลาบอกไปเซนทรัลมันไม่ยอมไป - -" ไปถึงก็โดนสายตาอาฆาตเล็กน้อย แต่ก็มีคนสายกว่าเราละว้า อิอิ นอกจากกลุ่มเราแล้วก็ยังมีพี่หมอที่ร๊ากก พี่แดง(เรด เลเบิ้ล's) หนูปลา และคุณน้องมะปรางด้วย รอจนมากันครบก็ไปที่ร้าน วุ่นวายมากมายกว่าจะได้ถ่าย แหม่ มันต้องบรรยากาศนี้สิ ถึงจะเป็นกลุ่มเราหน่อย ไม่ได้เถียงกันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง พอได้เข้าไปถ่ายเริ่มด้วยรูปเดี่ยว ต่างคนต่างหามุม แต่กว่าจะลงตัว เล่นเอาช่างภาพเหนื่อยจายยยย แล้วก็ถึงเวลาถ่ายรูปหมู่ นี่ก็วุ่นวายซะ ขโมยซีนกันตลอดเวลา โดยเฉพาะคุณฟิมชาย หุหุหุ หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จเลือกรูปกันเรียบร้อย โตกะดะก็ล่วงหน้าไปมหาลัย อู๊ดดี้ ปลา พี่แดง น้องมะปรางก็ไปมหาลัยเช่นกัน ส่วนที่เหลือไปเที่ยวที่ปูนก่อน เพราะคุณชายฟิมลืม Notebook ไว้ เมื่อไปถึงที่ ก็แน่นอนเราก็ต้องชักภาพเป็นที่ระลึกว่ามาถึงปูนแล้ววุ้ย อิอิ กล้าทำเนาะ เมื่อเอาของเรียบร้อยก็เดินทางไปมหาลัย ระหว่างทางพี่หมอก็โดนทรายแทะโลมเป็นระยะๆ น่าสงสารจริงๆ 555+ อ้อ ที่เราไปมหาลัยกันเพราะว่ามีงาน Soc Night วันนี้ โอ๊ย อยากจะแดนซ์ ไปถึงเป็นการแสดงน้องๆ พอดี น้องแรงมากกกกกกกก พี่ก็อยากจะแรงเช่นกัน วันนี้นัดถ่ายรูปกะทิดนิวด้วย เพราะวันรับไม่ได้เจอกัน แล้วก็เจอหนูวิวประวัติด้วย ได้เจอทั้ง 2 คนเลยทีเดียว ดีใจๆ จากนั้นก็ไปรวมอยู่กะเพื่อนๆ ที่ลาน ดูน้องๆ แสดงได้พักนึงทรายก็ต้องรีบกลับ แต่ยังไม่อยากกลับเลย ถ้าไม่ติดทำงานพรุ่งนี้นะ โต้รุ่งชัวร์ อยากจะแดนซซซซ์ ใจจะขาดแล่ว
วันนี้มันช่างเป็นวันที่มีความสุขจริงๆ เป็นวันที่ยิ้มมม ได้ทั้งวัน รักทุกๆ คนเลยน้า
>>> คุณ และพวกคุณ ทำให้ทรายมีความสุข ขอบคุณค่ะ !!<<< July 25 รับพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวานเป็นวันที่ทรายภูมิใจมากที่สุดในชีวิตวันนึง และเป็นวันที่ทำให้คนรอบๆ ข้างมีความสุข เพราะเป็นวันพระราชทานปริญญาบัตร ทรายตื่นเตรียมตัวตั้งแต่ตี 4 แน่ะ พอทรายแต่งเสร็จ คุณนายแม่ก็แต่งต่อ แล้วคุณป้าก็ต่อคิวตามมา ทุกคนกะสวยแข่งกะบัณฑิตเลย 555+ พอ 7 โมงได้ ก็ออกจากบ้าน ระหว่างทางรถไม่ค่อยติดแฮะ ผิดคาดอย่างแรง ไปถึงก็หาที่จอดรถก่อง มาถึงตั้ง 8 โมง ท่าทางจะหายาก แต่อุแม่เจ้าาา พอดีเล้ย แหม เหมือนชั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เลี้ยวปุ๊บเจอปั้บ อิอิ แล้วทรายก็ไปที่คณะ ตอนนี้คนยังไม่เยอะเท่าไหร่
เลยพาพ่อกะแม่ไปถ่ายรูปที่ซุ้มก่อน รวมทั้งคุณน้องไปร์ทกะคุณพี่เซฟด้วย (แต๊งสำหรับคิตตี้ตัวเท่าควายด้วยน้า) รายหลังมีแอบบ่นได้ถ่ายรูปแค่รูปเดียว 555 สักพักพ่อกะแม่ก็ไปหาที่นั่ง ทรายก็เดินถ่ายรูปกะเพื่อนๆ ไปทั่วหนุกหนานเลยทีเดียว แล้วเพื่อนๆ ที่น่าร๊ากก็เดินทางมาถึงประกอบด้วย หนูอุ้ม หนูแอล (เพื่อนทุกสถาบัน)หนูเบน หนูเงาะศรี ปั้นคุง เสี่ยหมา พงซัง และที่ลืมไม่ได้คือ คุณช่างภาพแก่ มาถึงก็ถ่ายรูปแล้วก็เม้าส์ๆๆๆ อ้อ ขอบคุณมากๆ สำหรับของขวัญของเพื่อนๆ ทุกคนด้วยน้า รับรองจะเก็บรักษาอย่างดีเลย แล้วก็ขอบคุณสำหรับแรงกายที่ช่วยหิ้วของด้วย แฮะๆๆๆ ระหว่างถ่ายภาพกะเพื่อนๆ ก็รอเหล่าบรรดาน้องๆ หลานๆ รหัสมากันให้ครบ รวมทั้งคุณพี่รหัสด้วย ช่วงนี้อาเจ้หนุงก็มา ดีใจมากกก เจ้เป็นแบบเดิมแล้ว 5555+ คราวที่แล้วยังขำไม่หายเรย หุหุหุ เจ้เอาของขวัญของพี่มุกมาให้ด้วย ขอบคุณมากๆ นะค๊าาา พอใกล้เวลาน้องๆ ก็เรียกบัณฑิตมารวมตรงกลางแล้วก็บูมพร้อมทั้งร้องเพลงรัฐศาสตร์ เกษตรให้ ซึ้งใจมั่กๆ และแล้วบรรดารหัสทั้งหลายก็มาครบเราก็ได้ชักภาพกัน ปีนี้สายรหัสช้านมีผู้ชายด้วยยยยย แต่.... รู้กัน ^^ จน 10 โมงครึ่ง ทรายก็กลับไปหาครอบครัวที่โต๊ะนั่งกินข้าวแป๊บนึง เติมหน้าหน่อยนุง แล้วก็ไปตั้งแถวที่ศร.1 ก็นั่งรอในห้งอพักนึงแล้วก็ออกมาตั้งแถวข้างนอก ระหว่างนั้นไม่มีไรทำกันก็ดูดวงซะเรย 555+ จนประมาณเที่ยงกว่าๆ ก็เดินแถวออกมาตามถนนหน้าคณะ น้องๆก็มาตั้งแถวบูมให้ตั้งแต่ศร. เลยอ่า สงสารน้องๆ
กว่าพี่จะเดินหมด คออักเสบพอดี เราก็เดินๆ ไปเจอน้องแบงค์ปีนขึ้นไปบนต้นไม้นู่น เวงกรรมน้องกรู แล้วก็เพื่อนๆ เราก็รอโบกไม้โบกมืออยู่ข้างล่าง น่ารักจริงๆ (ตอนหลังได้ข่าวมาว่าหิวข้าวกันด้วย เง้อออ ซึ้งใจ) แล้วเราก็เดินๆๆๆ กันไปเรื่อยๆ จนไปถึงใต้อาคารจักรก็สแกน
โลหะแล้วก็ตั้งแถวกันไปน้องๆ ก็มาเสิร์ฟน้ำให้ รอกันได้พักนึงก็เดินเรียงเดี่ยวขึ้นไปบนอาคารจักร ลอดซุ้มธงด้วย อันนี้ก็สงสารน้องๆ ที่ถือธง เหงื่อแตกกันพลั่กๆ เลย T-T แล้วก็ขึ้นไปนั่งบนอาคารแบบโอ๊ย สวรรค์มาก เย็นๆ แล้วบรรยากาศก็ได้เลยทีเดียว เสียง อ. ก็บรรยาย
เหมือนพวกเวลามีงานพระราชพิธีอ่ะ ประมาณนั้นเลย เริ่มแรก อ. ก็บรรยายบรรยากาศในงานไปเรื่อยๆ แล้วนายกสภามหาวิทยาลัย (นายปราโมช ไม้กลัด) ก็มาพูด ตามด้วยอธิการบดี แล้วก็เปิดคลิปเทิดพระเกียรติพระราชินี ฟ้าหญิงองค์เล็ก แล้วก็พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ จากนั้นก็
เตรียมตัวรอรับเสด็จกัน ประมาณ 2 โมง 15 พระองค์ก็เสด็จมาถึง ก็เริ่มพิธีการกันเลย ตอนนั่งรอ แรกๆ ก็ไม่เท่าไหร่ ยังอีกยาว แต่พอเหลืออีกไม่กี่แถวจะถึงเรานี่ดิ โอ๊ย ตื่นเต้นโคตร นั่งนับถอยหลังเลย อีก 3 แถว อีก 2 แถว อีกแถวเดียว และแล้วก็แถวกรูแล้วววว เดินไปก็
สงบสติไป เรียกสติกันสุดฤทธิ์ ตอนเดินๆ อ่ะ ตื่นเต้นมากกกก แต่พอขึ้นไปถึงเวทีแล้วไม่เท่าไหร่ เพราะมันหมดความรู้สึกไปเลยอ่ะ 555+ จำได้แค่ว่าเราได้มองพระพักตร์ท่านแวบนึง แล้วก็ถอยหลังกลับ ซึ่งก็คาดว่าจะผิดสเต็บด้วยมั้ง เฮอะๆๆๆ พอลงมานี่โล่งใจมาก แล้วความรู้สึกก็กลับมาอีกครั้งนึง สมองมันคอยแต่บอกว่าทำสำเร็จแล้วโว๊ย ปริญญาอยู่ในมือแล้ว แบบโคตรภูมิใจในชีวิต ได้สักที จากที่พยายามมา พอลงไปนั่งนี่แอบยิ้มไม่หุบ พอครบทุกคนแล้วพระองค์ท่านก็ให้โอวาท มีการปัดพู่หมวกด้วย เพื่อแสดงว่าเราได้เป็นบัณฑิตอย่างเต็มตัวแล้ว จากนั้นก็ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เกษตรศาสตร์ สดุดีพระเกียรติแล้วก็เกษตรสามัคคี แบบว่าร้องกันอย่างมีความสุขมากกก จากนั้นก็ลงไปข้างล่าง เจอที่บ้านรอรับอยู่ ได้เอาปริญญาให้พ่อกะแม่แล้วล่ะ แล้วก็ไปถ่ายรูปที่คณะต่อ จนเย็นเลย สัก 6 โมงครึ่งแน่ะ ถึงได้ออกจากมหาลัยก็พาตี่ไปส่งด้วย แล้วเราก็ไปกินข้าวกันต่อ ไปนั่งดูข่าวในพระราชสำนักในร้านข้าวต้มนายบุ๊งอะ เป็นครั้งแรกที่ตั้งใจดูเลยนะ อิอิ แล้วก็กลับบ้านกันมานั่งแกะของขวัญที่ได้ บางชิ้นเล่นเอาฮาเลยทีเดียว
มีความสุขมากๆ เลยอ่ะวันนี้รู้สึกเป็นวันของเรา แล้วก็เป็นวันของคนที่รักเราด้วย ได้เจอหน้าคนที่รักพร้อมๆกัน มีความสุขมากกกกกกกกกกกกกก มากกกก จริงๆ ขั้นต่อไป
+
+ + + + + + เจอกันงานแต่งนะ 55555+ July 22 ซ้อมรับปริญญา เมื่อวานเป็นวันซ้อมใหญ่ในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ตื่นเต้นมากกกกกกก แม่ปลุกตั้งแต่ตี 4 มาอาบน้ำแล้วไปแต่งหน้าทำผม ง่วงมั่กๆ - -” พอ 6 โมง พ่อก็ไปส่งที่มหาลัย ไปถึงตั้งแต่ประมาณ 6 โมงครึ่ง ยังเงียบๆ อยู่ คนไม่เยอะเท่าไหร่ ไปถึงคณะก็เจอคุณนิวเหม่งมาเชียว สักพักพี่หมอกะฟิมชายก็มา ก็เลยไปอยู่ที่ซุ้มกัน แล้วหาไรกินรองท้อง เพื่อนๆ ก็ทยอยมา มาถึงก็ถ่ายรูปกันเลย แหม่ บ้ากล้องกันไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ ^^
พอใกล้ๆ 7 โมงเราก็เดินไปที่ศร. 1 ผู้คนมากมาย เพราะว่าเค้าต้องมารวมตัวกันที่นี่ก่อนที่จะเดินแุถวไปอาคารจักรฯ คณะสังคมต้องไปรวมตัวกันที่ชั้น 3 ไปเช็คชื่อแล้วก็รับสติ๊กเกอร์ลำดับที่ในการรับปริญญา ของทรายลำดับที่ 2293 (ตัดเลขเอาไปซื้อหวยกันได้นะ อิอิ) ระหว่างนั่งรอพวกผู้หญิงก็ make up กันสุดฤทธิ์ หน้ามันไม่ได้เลยเชียว 555+ จากนั้นก็ตั้งแถวแล้วเดินไปที่อาคารจักรฯ ระหว่างทางก็มีคนมามุงดู หาญาติตัวเองกันใหญ่ ไปถึงก็อยู่ใต้อาคารก่อน มีการแจกแบบสอบถาม แจกน้ำ แล้วก็เดินแถวเรียงหนึ่งขึ้นไปบนอาคาร ตรงบันไดทางขึ้นเราก็จะเดินผ่านซุ้มธง รู้สึกอลังการดี 555+ จากนั้นก็เข้าไปในอาคารนั่งเรียงตามลำดับที่ อ.ที่ควบคุมก็เข้ามาอธิบายกำหนดการแล้วเริ่่มทำการซ้อม ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในหอประชุม รอรับเสด็จ การเดินแถว ทรายก็นะ ทำงานเหนื่อยไง ... เลยนั่งหลับ อ้างไปนั่น หุหุหุ พอเค้าลุกปิ่นอยู่ข้างๆ ก็สะกิดขึ้นมา ระหว่างซ้อมเค้าก็แจกเหรียญเกียรตินิยมด้วย แบบว่าเห็นแล้วก็ภูมิใจ กรูก็ทำด๊ายยยย
จนถึงเวลาที่ต้องเดินแบบว่าตื่นเต้นโคตร!! ใจเต้นอย่างแรง ไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้มานานมากๆ แล้วอะ ขนาดแค่ซ้อม ยังไม่ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์นะ แต่ก็ต้องควบคุมสติที่มันกระจัดกระเจิงให้ได้ ขวาซ้ายชิด ขวาซ้ายชิดกันไป ขึ้นถึงบนเวทีก้มหน้าอย่างเดียวเลย เอางานก็ไม่สวย เหอะๆๆๆ แต่ก็เอาวะ กลับบ้านไปซ้อมมาใหม่ละกัน พอลงไปถึงที่นั่ง คุยกะเพื่อนๆ ก็แบบว่าตื่นเต้นเหมือนกันหมด ก็เรียนกันมา 20 ปี ก็เพื่อการนี้แหละว้า จากนั้นก็ซ้อมปฏิญาณตน ซ้อมร้องเพลงอีก 3 เพลง จนตอนสุดท้าย อ.ที่ควบคุมการซ้อมก็บอกว่าเฉพาะคณะสังคมศาสตร์ วันจริงให้ลืมจุดให้หมด จำแต่จุดที่ถวายความเคารพก็พอ 555+ หมายฟามว่าไงหว่า แล้วก็ลงจากอาคารจักรฯ จากนั้นก็เดินกลับคณะ
ระหว่างทางผ่าน ศร.3 เจอ Mr.ตอง ก็เลยชักภาพเป็นที่ระลึกกันไว้ และก็เดินไปคณะหาบรรดาญาติๆ อันประกอบด้วย ปาป๊า มาม๊า ยาย ย่า ป้าปุ๊ ป้าน้อย ฝ้ายและเพื่อน(ผึ้งกะนุช?) ลูกปลา หลานตอง รายหลังนี่พยายามจะร่วมเฟรมตลอด 555+ แล้วทรายกะตี่ก็ไปรับข้าวพร้อมกะไปตามหาคุณแก่ ช่างภาพที่น่าร๊ากกก แบบกินข้าวได้ไม่กี่คำอ่ะ มันตื้อ พออิ่มก็เริ่มถ่ายรูปกะญาติๆ แหม่แต่ละคนดาราหน้ากล้องจริงๆ รู้แล้วว่าชั้นเป็นแบบนี้เพราะใคร มันมาโดยสายเลือดนี่เอง กร๊ากกก ^o^ ถ่ายกะญาติๆ เสร็จก็เดินตะเวนถ่ายกะเพื่อนๆ ต่อ แล้วก็มีพี่ๆ ด้วย จนบ่ายสองก็รวมตัวใต้คณะตั้งแถวเตรียมถ่ายรูปหมู่ เค้าก็จะมีเสาบอกความสูงไว้ ว่าใครจะอยู่แถวไหน แล้วแบบร้านถ่ายรูปมันลำเอียงอ่ะ ผู้หญิงเริ่มจาก 160 งี้ โห ... กรู 150 ฟ่าๆ เหอะ คนสวยไม่มีที่อยู่เลยทีนี้ อิอิ แต่เตี้ยมีประโยชน์นะเฟ้ย อยู่แถวหน้าเลย เห็นกันชัดๆ แบบไม่ต้องหานาน
ถ่ายรูปหมู่เสร็จก็ไปถ่ายรูปกะป้ายคณะ นิสัยคนไทยแท้ๆ ไปไหนขอถ่ายกะป้ายไว้ก่อน ระหว่างนั้นคุณต่ายกะคุณดาวเพื่อนเลิฟก็มาถึง เลยชักภาพกันไว้ พร้อมกะเม้าส์ๆๆๆๆ ปีนี้ก็เป็นปีที่ 10 แล้วที่เรารู้จักกัน แต่เราก็ไม่เคยเปลี่ยนกันเลยเนอะ รักพวกแกจริงๆ นะ ^^ ขอบคุณมากๆ เลยด้วย คุณดาวอยู่สักพักก็ไปวิดยาต่อ ส่วนคุณต่ายอยู่กะทรายเราก็เดินไป 7eleven กัน เฮ้ย ไปถึงแบบเค้าปรับปรุงใหม่อ่ะ พอเราจบมันเจริญขึ้นวุ้ย แล้วพ่อก็โทรมาบอกว่าจะไปสวนหลวงต่อก็เลยโอเชๆ เดินกลับไปคณะ ไปเจอพี่แหวนกะพี่แดงก็เลยถ่ายรูปกันพี่แหวนให้ข้อมือมาอันนึงด้วยส่วนพี่แดงแกยังแค้นเรื่อง RED ที่โดนซัลโวไม่หาย 555+ หลังจากนั้นก็ใกล้จะกลับบ้านละก็ไปเจอเบิร์ดห้อง 2 อ่ะ เลยจิกมาถ่ายรูป แล้วก็เจอคนนู้นคนนี้กว่าจะได้กลับจริงๆ ยาวเลย ยังต้องไปจองภาพถ่ายอีก กลับจริงๆ ก็นู่น เกือบ 5 โมง แล้วก็ไปสวนหลวงทรายก็หนีบเอาต่ายไปด้วย ไปถ่ายรูปกัน เจ้แกเม้าส์แตกไปตลอดทางเลยอ่ะ เหอะๆๆๆ ถึงตอนนี้ก็ยิ้มไม่ออกแล้วอ่ะ ยิ้มไม่ไหวแระ ถ่ายรูปได้ฝืนมั่กๆ กลับถึงบ้านเหนื่อยโคตรรรรรรร อาบน้ำแล้วนอนเลย ไม่สนใจอะไรแระ พรุ่งนี้แม่งต้องเข้างาน 7 โมงอีก ซวยจริงๆ แต่ก็ช่างเหอะ วันนี้มีความสุข ได้เจอคนที่เรารักเยอะแยะมากมาย แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว สู้ๆๆๆ July 18 ซ้อมย่อย และเลี้ยงแบบย่อยๆ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 50 ทรายได้เข้าร่วมการซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 1 หรือเรียกกันว่าซ้อมย่อย ด้วยการเดินทางแบบเดิมๆ คือ AiR BuS 206 หรือ รถเมล์ปรับอากาศสาย 206 นั่นเอง 5555+ ระหว่างทางทรายก็แวะรับเรศ และตี่ -- แก๊ง 206 ของเราได้มารวมตัวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ซึ่งถือเป็นฤกษ์อันดี อิอิ ไปถึงคณะก็โอ๊ย ผู้คนมากมาย แต่ละคนยังกะนกกระจอกนกกระจิบเลย แต่เพื่อนๆ ก็ดูเป็นผู้ใหญ่กันขึ้นนะ อันนี้แค่ความคิดแว๊บแรกค่ะ พอได้คุยกัน .... มานก็เหมือนเดิม 555+ พอถึงเวลาก็ไปที่อาคารจักรฯ ไปรวมตัว แยกเป็นกลุ่มๆ ซ้อมการเดิน การเอางาน ที่ศร. 3 ซึ่งกลุ่มทรายซ้อมกะ อ.สตรีมีอายุท่านนึง โคตรจะมั่วกันเล้ย ถึงตอนนี้ยังงงๆ อยู่เลยเนี่ย สักพักก็ขึ้นไปบนอาคารจักรฯ อีกรอบเพื่อซ้อมบนเวทีจริง ขึ้นไปถึงบนเวที สติสตังกระเจิงโหม้ดดด ไอ้ที่ซ้อมมาสงสัยลืมไว้ที่ศร. แม่งงง มั่วหมดเลยยย กร๊ากกก เด็กสังคมโดนด่าประจานกันเลยทีเดียว จากนั้น อ. ก็ปล่อยไปกินข้าว พวกเราก็เลยไปกินเต๊ก BKK กัน มี ทราย 2 เก๋ 2 ฟิม แนน อู๊ด โดนัท พี่หมอ กินกันจนถึงบ่ายโมง พี่หมอบอกว่าไม่ต้องรีบคนมาร์กจุดซ้อมอยู่กะพวกแก 555+ พี่กรู .. ไปถึงเค้าอพยพกันไปอยู่บนชั้น 5 หมดแระ ไปถึงเกือบๆ กลุ่มสุดท้ายได้ เหอะๆๆ แล้วเค้าก็จัดที่นั่งใหม่ให้เรียงตามจริง ซ้อมร้องเพลงมหาวิทยาลัย แล้วก็ซ้อมเดิน รอบนี้ทรายก็มั่วอยู่ดีแหละ สะดุดอิศเรศเอาซะด้วย เวงกรรมจริงๆ พอซ้อมเสร็จว่าจะไปซื้อรองเท้าที่เซนทรัลก็เลยไปกันหมด ไปถึงตอนแรกก็ว่าจะกินไอติม หรือหาอะไรเบาๆ กิน ไปๆ มาๆ กลายเป็น ZEN ได้ไงไม่รู้ กินกันซะพุงกางเลย - -" กินไปก็เม้าส์ไป ตามธรรมเนียมก็ไม่ลืมถ่ายรูปด้วย ออกจาก ZEN ก็เดินเล่นกันอีกสักพักแล้วก็เลยแยกย้ายกันกลับบ้านอย่างมีความสุข
จะกี่ทีๆ ที่ได้เจอเพื่อนๆ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย รู้สึกดี สนุก ชื่นใจ เบิกบาน เว่อร์อีกแระ อิอิ ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันซ้อมใหญ่เร็วๆ จะได้เจอกันอีก ... แบบว่า ... แบบว่ามัน .... คิดถึงทุกคนนะค๊า July 11 เสี้ยวนึงในชีวิต
ได้ดูรูปเรื่องราวพวกนี้แล้ว ทำให้ทรายคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ปี 1 freshy หน้าใหม่ ต้องผจญภัยกับพี่ว๊าก หน้าสุดโหด ที่มารู้ทีหลังว่าไม่ได้โหดเลย น่ารัก น่า.... อีกตะหาก หรือไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่ปี 2 ที่ต้องทำหน้าที่พี่พยาบาลคอยดูแลน้องๆที่ถูกว๊ากอีกที (แต่ตอนนั้นพยาบาลก็แอบโดนว๊ากเกอร์ดุ เพราะเล่นกะน้องมากไปหน่อย ^^) หรือจะเป็นตอนปี 3 คราวนี้ได้ทำงานเต็มตัว ทุกๆ อย่าง ทุกๆ เรื่อง เป็นความรับผิดชอบของพวกเราเต็มๆ พลาดไปแม้แต่นิดเดียวหมายถึงอนาคตของตัวเราเอง และรวมไปถึงน้องๆ ที่ช่วยงาน และน้องๆ ที่เต็มใจเข้าร่วมกิจกรรม แต่พอเราได้ขึ้นปี 4 ความรับผิดชอบเหล่านั้นก็ถูกส่งต่อไปให้รุ่นน้อง พวกเรามีหน้าที่เพียงแค่มองอยู่ห่างๆ และให้คำแนะนำน้องๆ บ้างบางครั้ง ถือเป็นปีที่สบายที่สุดเลยมั้ง ภาพด้านบนทำได้ทรายได้ระลึกถึงอดีตที่ผ่านมา ได้ระลึกถึงคนที่อยู่ในอดีตในตอนนั้น ซึ่งตอนนี้ ณ ปัจจุบันเค้าก็ยังอยู่ แต่ไม่รู้ว่าในอนาคตเค้าจะยังอยู่กับเรามั้ย บางครั้งการที่เราอยู่กับอดีตที่แสนสุข คงจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยสมองและจิตใจก็ไม่ต้องทำงานหนักๆ เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ July 05 Congratulation!!!ทรายไปแสดงความยินดีกะเจ้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ขอบอกว่ารถติดมากกกก คนก็เยอะมากกกก กว่าจะ
โทรติดต่อได้ก็แสนจะยากเย็น แถมไปถึงก็แอบจำหน้าเจ้ไม่ได้ เพราะวันนี้เจ้แต่งหน้า 555+ แบบว่าไม่เคยเห็นอ่ะ
อารมณ์เหมือนคนละคนเลยแฮะ ทรายก็เลยแอบยิ้มแอบหัวเราะอยู่ เจ้ก็หันมาเห็นนะ แล้วก็คงเสียความมั่นใจไปพอสมควร
แหม่ ของแบบนี้ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ นี่นา อิอิ เจ้ก็แนววววววเหมือนเดิม ยังเป็นเจ้ที่น่าร๊ากกเหมือนเดิม
ทรายก็ยืนคุยกะเจ้นานพอสมควรแหละ เอาให้สมกะความคิดถึง อ่ะนี่ น้ำเน่า 5555+
แล้วสักพักพศินก็มา ก็เลยลาเจ้ไปมหาลัยต่อ เพราะว่าวันนี้ปลดว๊ากแล้วล่ะ ก็ไปดูน้องๆ ที่คณะ คนงี้เต็มไปหมดเลย
หน้าตาเริ่มจำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง วันนี้ได้เจอพี่หมอ พี่บอล นังดะนัทด้วย รู้สึกดีได้กลับไปคณะอีก อยากกลับไปเรียนจังอ่ะ
แต่ชีวิตเรามันก็ต้องเดินไปข้างหน้าแหละเนอะ
วันนี้ทรายก็มีความสุขม๊ากมากอีก 1 วันแระ ถึงแม้ว่าจะมีบางเรื่องให้ข้องใจสงสัย เกิดความอยากรู้ แต่ก็ไม่อยากถาม
(ความจริงก็ถามไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้คำตอบกลับมา) เลยไม่อยากถามอีก คิดว่าทุกคนคงมีเหตุผลของตัวเอง
แต่ถ้าจะถามว่าตัวทรายเองทุกข์กับเรื่องนี้มั้ย ตอบได้เลยว่าค่อนข้างมาก ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไร
บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องของเราเองเลยก็ได้ ตอนนี้ก็คงได้แต่ภาวนาและพิจารณา ตามที่พระนิวบอกมา
(ตอนนี้พระนิวเริ่มจะลึกซึ้งกะพระธรรมเข้าไปเรื่อยๆ แล้วล่ะ) สิ่งที่เกิดขึ้นมันย่อมมีเหตุเสมอ แต่ก็นั่นแหละ
รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วได้อะไร ตอนนี้ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามทางของมันเอง
ทุกอย่างมันย่อมมีทางออกเสมออยู่แล้ว ... ปล่อยวางซะดีกว่า
เอาเป็นว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของคนที่ทรายรักมากๆ คนนึง มีความสุขไว้ดีกว่า แล้วก็ขอบอกเจ้อีกครั้งนึงว่า
ขอแสดงความยินดีกะเจ้หนุง บัณฑิตใหม่จากมหิดลในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เอ้า เฮ้~~
Congratulation !!
![]() June 26 Happy Hours with my best friends เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (4 วันผ่านไป) ทรายได้นัดเจอเพื่อนๆ ห้อง 12 เนื่องในโอกาสเลี้ยงส่งและฉลองวันเกิดหนูต่อง นัดกันไว้ที่แมค ตอน 6 โมงครึ่ง แต่ก็นะ ไปถึงทุ่มนึงแหนะ ไปพร้อมๆ กะอุ้ม และแม่อุ้ม ไปถึงก็มีต่อง เบน แอล กุ๊ด รออยู่ เพื่อนๆ กำลังตัดสินใจจะกินอะไร ตอนแรกว่าจะกินบาร์บีคิว พลาซ่า แต่โต๊ะไม่ได้ เลยเปลี่ยนไปกิน HOT POT ช้านเพิ่งกินไปเหอะ แต่ก็เอาวะ กินก็กิน 5555+ งานนี้พวกที่ไปเล่นเกมส์บ้านพง มาสาย โดนเจ้เบนสวดซะยับเลย คุณแก่โดนหนักกว่าเพื่อน ความผิดติดตัวไปจนตายเลยทีเดียว แล้วยังจะเรื่องขนมจีบต้ม กะ คุณแอลอีก ป๊าดดด มองหมูพันเส้น บะหมี่หยก เป็นขนมจีบกันซะงั้นอะ หลังๆ พี่แกทั้ง 2 เริ่มหาแนวร่วม และเหยื่อผู้นั้นคือ คุณกอง ล่อหลอกไปมากองก็ตกหลุมพลางจนได้ 555+
พวกเราเข้ามาในร้านเค้า แล้วทำเสียงดังกันมากๆๆๆ แบบว่าเจ๊คนที่ดูแลร้านแอบมองหลายตลบ เราก็ขำกันตลอดเวลา จนหมดเวลาก็เลยเดินออกไปถ่ายรูปกันด้านนอก แล้วมันก็แค่ 3 ทุ่มชิม้า แล้วมันก็ยังหัวค่ำชิม้าา ^^" แล้วกุ๊ดก็เพิ่งเลิกกะแฟนชิม้า มันก็มีเหตุผลชิม้า พวกเราก็เลย .. ไปต่อที่ร้าน Blah Blah Blah ก็ไม่ใช่ร้านคนอื่น คนไกล แต่เป็นร้านของพี่ปั้น ไปถึงก็นั่งชายฝั่ง หญิงฝั่ง พวกผู้ชายก็เปิดเหล้ากันไป ผู้หญิงก็เบาๆ ไป ไม่เน้นเมา เน้นเม้าส์กันมากกว่า เหอะๆๆๆ ได้เห็นเพื่อนบางคนเมาด้วย ขอไม่เอ่ยนาม แต่แกฮามากๆ เลยนะ เมาแล้วแอบนักเลง จน 4 ทุ่ม กว่าคุณชายกองสั่งเบียร์มาเป็นหลอด แม่เจ้า เมื่อไหร่จะได้กลับวะเนี่ย ทรายกะแอลก็ไปส่งเบน พร ปอย แล้วก็กลับมาที่ร้านต่อ คุณๆ ผู้ชายทั้งหลายย้ายตูดไปเล่นพูลในร้านละ เราก็เลยต้องตามไปด้วย
เรื่องของเรื่องไปเม้าส์กันต่อ 555+ ขาดไม่ได้จริงๆ จนยกนาฬิกาดู เที่ยงคืนแร้วว นางซินต้องกลับแล้วน่อ คุณๆ ทั้งหลายก็ขอต่ออีกเกมส์ๆ ต่อไปต่อมา 3 เกมส์ 4 เกมส์ไปนั่นกว่าจะได้กลับปาเข้าไปเที่ยงคืนครึ่ง โดยมีพี่หมาพาส่ง ส่วนคุณแก่ต้องไปซื้อของเตรียมไปวินนิ่งต่อที่บ้าน แล้วทรายก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ อาบน้ำและนอนทันที เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานต่อ ตอนนี้เบื่อมาก เบื่อมั่กมากก ไม่อยากไปทำงาน อยากลาออก ทุกสิ่งทุกอย่างมันน่าเบื่อไปหมด แต่ก็เอาวะ สู้กันอีกตั้งนึง แต่ถ้ามีที่ใหม่ที่ดีกว่า ทรายก็คงไปแหละ อยากทำงานที่ตัวเองรัก ไม่อยากทำงานที่แพลนอะไรกะชีวิตไม่ได้เลย แม่งรู้ตารางงานอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ใครจะไปไหน ทำอะไร ไม่ได้ไป ไม่ได้ทำกะเค้า เซ็ง !!!!
อ้าวมันแต่บ่น เกือบลืม เช็คชื่อ จำเริญ จุติ ธิติพันธ์ อนุวัต ณัฐพล ภูริชญ์ (คนนี้มาให้เพื่อนเห็นหน้าแป๊บนึง) สมพงษ์ ธัชชัย ก่อพงศ์ วีณา พิมลพรรณ วราภรณ์ อมรรัตน์ เพ็ญพร ประวิตรา เบญจพร ทั้งหมด 16 คนถ้วน June 17 1 วันอันแสนสุข กับภารกิจเพื่อเพื่อน !!! สำหรับวันนี้ ทรายได้หยุดงาน เย้ๆๆๆๆ แต่ก็ไม่ได้พักผ่อนอยู่บ้าน เหอะๆๆ เพราะว่ามีภารกิจมากมายที่จะต้องไปทำ
ในช่วงเช้าทรายได้ไปร่วมพิธีอุปสมบทเพื่อนนิว (ตอนนี้เป็นพระนิวไปแล้วนะ) ที่วัดใหม่เสนา นัดกะคุณจันและคุณนามไว้ประมาณ 7 โมง 15 เพราะได้รับแจ้งข่าวว่าพิธีเริ่มตอน 8 โมง แต่ตอน 7 โมง นาค(ในขณะนั้น) โทรมาบอกว่าพิธีจะเริ่มในอีก 30 นาที ป๊าดดดด ช้านยังอยู่ลาดพร้าวอยู่เลย ก็เลยต้องบึ่งแท๊กซี่ไปรับผู้ร่วมทางทั้ง 2 พอไปถึงวัด เค้าก็เวียนรอบโบสถ์ครึ่งรอบสุดท้ายพอดี 555+ ไปถึงก็เจอกะเบียร์กะเอ็ม ก็เลยยืนเม้าส์อยู่ด้วยกัน สักพักเบนซ์ กิ๊ฟ บุ๊ค พี่หมอ น้องป้ำ แชมป์ ก็มาก็ยืนจับกลุ่มคุยกัน จนนาคโปรยทาน พวกเราก็โบกไม้โบกมือกันใหญ่ (ช่างเป็นเพื่อนที่ไม่สำรวมจริงๆ อิอิ) แต่ก็เก็บได้กันไม่กี่บาทเพราะว่าไม่ทันเด็กวัด เหอะๆๆๆ รอจนนาคเข้าโบสถ์ก็ไปนั่งคุยกันต่อที่หลังโบสถ์เพราะมันเย็น 555+ คุยกันไปถ่ายรูปกันไป แล้วฝ้ายก็มา สักพักนาคก็ออกมาเปลี่ยนชุดเป็นห่มเหลือง ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเณรไปก่อน แล้วก็ยืนคุยกะโยมเพื่อนสักพักก็เข้าไปบวชเป็นพระ พอทำพิธีเสร็จพวกเราก็เข้าไปถ่ายรูปกับพระนิวในโบสถ์ จากนั้นทราย จัน พี่หมอ นาม น้องป้ำ ก็เดินตามไปที่กุฏิขอลากลับก่อนเพราะต้องไปรับครุยที่มหาลัยต่อ มาวันนี้ได้เห็นเพื่อนบวชก็ดีใจ เพราะเป็นสิ่งที่เพื่อนหวังเอาไว้นานว่าอยากจะทำ เอาไว้ถ้าวันไหนว่าง ทรายคงหาโอกาสไปถวายเพลสักครั้ง จะได้เกาะชายผ้าเหลืองเพื่อนไปสวรรค์ด้วย 555+
หลังจากกลับจากวัด เราก็มุ่งหน้าไปที่มหาลัย ไปถึง.... ไม่มีใครเลย OMG!!! นึกว่าจะเจอผู้คนคับคั่ง แต่ก็ไปรับครุยก่อน จากนั้นอู๊ดดี้ ตี่ โต ฟิมญ ก็มา ดีใจได้เจอหน้าเพื่อนๆ อ้อ ยังมีโอ แอร์ ปลา ลี่ มะแม้น เบนซ์ ออย มิ้ม เจ มิ ไตร และสุดท้ายท้ายสุด ป้าแนน มาซะหวานเลย อิอิ แล้วกลุ่มเราก็เดินทางไปเซนทรัลกัน แต่บป้าแนนต้องกลับก่อนเพราะนัดช่างภาพไว้ พวกที่เหลือก็ตกลงกันอยู่นานว่าจะกินอะไร แล้วสุดท้ายก็ไปลงเอยที่ HOT POT เหอะๆๆ มาถึงก็ไปตักๆๆๆ แล้วสวาปามกันสุดฤทธิ์ เพราะแต่ละคนหิวโคตรๆ จะกินควายกันได้ทั้งตัวแล้วอ่ะ แต่ถึงอย่างงั้น คุณอู๊ดดี้ก็ยังต้องการบรรยากาศการกินโดยการลวกทีละครั้ง ป๊าดดด หิวกันจะตายแร้วววว กินกันไปจนอิ่ม อิ่มจนลุกไม่ขึ้น พอหมดเวลาก็ไปจ่ายตังค์แล้วก็ออกไปเดินเล่นต่อ เดินตั้งแต่ชั้นล่างแล้วก็ไปชั้นบน พอดีคุณโดนัทและคุณชายฟิมตามมาสมทบ ก็เลยไปกินไอติมกันต่อ อิ่มโคตรรรรรร จนยัดไม่ลง ระหว่างกินไอติมก็เม้าส์กันแหลกหลาญ หัวเราะกันเสียงดังลั่น แต่แบบมีความสุขมากๆๆๆๆๆ บรรยากาศแบบนี้ไม่มีมานานแล้ว คุยไปก็จิกกัดกันไป แต่ประเด็นที่พวกเราคุยกันมันก็โตขึ้น ต่างก็คุยกันเรื่องงานเรื่องการของแต่ละคน ดูมีสาระกันขึ้นเยอะเลยแฮะ ^^ ดีจัง อิอิ กินเสร็จก็เดินเล่นกันอีกรอบ และที่ขาดไม่ได้เลยคือเกมส์จิ้ม - -" ต้องถ่อสังขารลงไปเล่นที่ชั้นใต้ดิน ทรายได้นั่งตรงกลางเลย แต่ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเค้า 555+ แต่ก็ฮากันซะ (ก็แค่คนหายไปแล้วกรูตะโกนเสียงดัง เมิงก็จิ้มกันดิวะ ไม่ต้องถึงกับแจ้งตำรวจหร้อกกก อิอิ) เล่นเกมส์เสร็จดะกะเก๋ก็ขอตัวกลับก่อน ที่เหลือก็เลยเดินเล่นกันต่อ แต่ทรายอยากไปเดินยูเนี่ยน มอลล์ อู๊ดดี้กะฟิมญเลยขอตัวกลับเช่นกัน ส่วนทราย ตี่และฟิมช ก็ไปเดินช็อปกันต่อ แต่เดชะบุญ กรูจะไปเดินยูเนี่ยนฯ ทีไร แม่งฝนตกทุกที เซ็งง่อยมาก ก็เลยขึ้นไปหลบกันบนห้าง แล้วก็ถ่ายรูปเล่นฆ่าเวลา แล้วฟิมก็ขอตัวกลับเพราะจะไปคอมมาร์ทต่อ ทรายกะตี่เลยไปซื้อเสื้อแล้วก็แยกย้ายกันกลับ
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในรอบหลายๆ เดือนเลย ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อนฝูงแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ เมื่อเราได้มาอยู่รวมกัน ความสุขที่มากมายมันจะเกิดขึ้น แล้วก็เกิดเป็นความอิ่มใจ สร้างกำลังใจให้ทรายต่อสู้กับการทำงานต่อไป สำหรับงานวันพรุ่งนี้ ไม่ว่ามันจะน่าเบื่อ ยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน ก็ไม่เป็นไรแล้ว เพราะทรายได้เติมพลังมามากพอที่จะสู้กับมันให้ได้ แล้วก็ต้องสู้จนชนะด้วย!!! June 14 ตื่นเต้น เอ้ย ตื่นเต้น ตื่นเต้น วันนี้เป็นการ Observe วันที่ 2 จากวันแรกที่ยังงงๆ โคตรจะงงเลยเหอะ ระบบบ้าอะไรไม่รู้เยอะแยะ แถมยังต้องใช้ความละเอียดสูง ถึงสูงมากๆ และมากที่สุด รายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า แบบว่าถ้าผิดไปสักกะติ๊ดนึง เข้าเนื้อตัวเองแน่ๆ วันแรกแอบท้อใจไปเลยอ่ะ
วันนี้มีเหตุการณ์ระทึกใจด้วย แบบว่ามีผู้หญิงคนนึงมาติดต่อที่ counter ตรงเคลมประกัน เรื่องค่ารักษาแล้วเจ้แกก็คุยกะพี่ที่ counter อยู่ดีๆ เป็นลมล้มตึงไปเรย แต่ทรายไม่ได้เห็นตอนเจ้แกล้ม เห็นแต่ตอนล้มไปแล้ว ผู้คนตกใจกันใหญ่ แอบคิดในใจสงสัยค่ารักษาจะแพง เลยเป็นลมแม่มเลย 5555+ หลังจากได้สติ เจ้แกก็โทรไปวีนกะบริษัทประกันใหญ่เลย ท่าทางเอาเรื่องสุดๆ เหอะๆๆๆ แล้วตอนเย็นๆ ก็มีฝรั่งคนนึงเดินทำหน้างงๆ อยู่ แล้วทรายก็ดั๊นนน ไปสบตาเข้าพอดี โห พี่แกดิ่งเข้ามาเลย แบบว่าฝรั่งกลายเป็นแมลงสาบในบัดดล แล้วคำแรกที่อีตานี่เอ่ยออกมา ก็ทำเอาทรายจี๊ดด จี๊ดดด มากกกกก มานบอกว่า Can you Speak English? โห โคตรจะดูถูกเลย ปรี๊ดดดหนัก โห่ ไม่รู้ซะแระ ช้านเป็นใคร นิสิตเกรด B ตอน Eng 4 เลยนะเฟ้ย ดังนั้น เพื่อแสดงแสนยานุภาพ ทรายก็เลย ....... เลยเรียกพี่คนอื่นมาคุยแทน 555+ แหมมม ก็ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติก็จะคุยเองหร้อกกกก แต่นี่พี่แกมาถามแล้วมีศัพท์หมอด้วยล่ะสิ ไอเราก็ยังหาแฟนหมอไม่ได้ เลยอับจนปัญญาจะตอบ เฮ้อ ไม่ได้กลัวฝรั่งเลยนะเนี่ย จิงๆๆ ..... เฮ้ย ไม่เชื่อหรอ จิงๆ นะเฟ้ย
เอ้อ ลืมเหตุการณ์อันแสนประทับใจไปได้ไง เมื่อตอนเช้ามีหนุ่มหล่อคนนึงมาจ่ายเงิน แล้วเค้าก็นั่งรออยู่ ทันใดนั้นทรายก็เหลือบสายตาไปเห็น อุแม่เจ้า ~~~ น่ารักมากกกกก ใส่เสื้อเชิ๊ตสีเขียวสด (เหมือนซัมซิกก้าของชั้นเรยยย ... ใครไม่รู้จักซัมซิกโปรดเลื่อนลงไปดูด้านล่างนะค้า) ทรายก็แอบภาวนาในใจ ขอให้มาตรงที่ชั้นอยู่เถอะ สาธุ๊ๆๆ แล้วเค้าก็มาจริงๆ แบบว่าอยากจะกรี๊ดดด แล้วพอดีพี่ที่อยู่ด้วยกันเค้าไปทำอะไรสักอย่าง เลยเหลือทรายกะเค้าแค่ 2 คน แบบว่า ไม่หวายแร้วววว เขินอ่ะ อิอิ มองหน้ากันไปมองหน้ากันมา ทรายก็ยิ้มให้ซะเรย เอาหน้าที่การงานมาบังหน้า 5555+ โอ๊ย ถูกใจอย่างแรงงงง
ช่วงนี้ทรายก็ยังต้องเรียนงานไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่มีโอ ฉะนั้น จะต้องใช้ชีวิตช่วงนี้ให้เต็มที่ซะก่อน ก่อนที่จะไม่ได้พักผ่อน เฮอะๆๆๆ
ไปดีฝ่า ช่วงท้ายนี้ ฝากรูปของซัมซิกก้าไว้ในอ้อมใจของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ด้วยนะคะ
^^ เสื้อเขียวแบบนี้เรยแหละ ^^
ซัมซิกยิ้มแล้วน่ารักมั่กมากกกก June 07 เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ !!!! นี่ก็ปาเข้าไปวันที่ 5 แล้วที่ทรายได้ไปเริ่มงานที่ Bangkok Medical Center [BMC] หรือที่คนทั่วๆ ไปเรียกว่า รพ.กรุงเทพ ช่วงอาทิตย์แรกๆ ทรายจะต้องเข้า Orientation เป็นเวลาทั้งหมด 8 วัน เยอะค่อดๆ เพื่อนๆ พนักงานใหม่ รุ่นที่เข้าปฐมนิเทศพร้อมกันก็ 60 กว่าคนนิดๆ ไม่ต้องตกใจว่าเยอะ เพราะมันรวมทุกแผนก ตั้งแต่ คนขับรถ ยัน Director แต่ไม่มีหมอแหละ แบบว่าเสียรมณ์ (มารู้ตอนหลังว่าหมอของ รพ. ส่วนมากจะมีอายุตั้งแต่ 40 ขึ้นไป T-T หมดกันความหวังช้านนนน)
บรรยากาศวันแรกแบบว่าอึมครึมนิดนึง เพราะเป็นช่วงใหม่ๆ ยังไม่ค่อยรู้จักกัน แต่ก็มีบางคนที่เค้าทำงานตั้งแต่ 15 เดือนที่แล้ว ก็จะรู้จักกัน ทรายรู้จักกะแววแล้วก็ผึ้ง พยาบาลจาก OR ก่อน เพราะนั่งด้วยกัน วันต่อมาก็จะรู้จักเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ เจอเพื่อนที่มาจากแผนกเดียวกันด้วย ดีใจมากกกกก มีพี่โบว์ นัท แล้วก็คุณเดียร์ เจ้คนหลังสุดเนี่ยจะเรียกทรายว่า "สาย" ตลอด บางวันเป็นถึงสายสุดาเลยทีเดียว 5555+ แล้วที่จะเม้าส์แตกสุดๆ ก็ต้องคุณฟ้าพยาบาลจากห้องคลอด โอ๊ย นี่แบบคอเดียวกัน - > บ้านิยาย เวลาเรียกชื่อกันก็จะเรียกว่า "ฟ้าจรดทราย" เกริ๊บบบบ แล้วมีวันนึงที่จะให้เล่นเกมส์เพื่อทำความรู้จักกัน พอดีหนูจิ้งกุ่ง ฝ่ายต้อนรับและเวชระเบียน เป็นคนชนะจากเกมส์นี้ พี่ซู HR ของเราก็อ่านข้อมูลที่กุ่งเก็บได้ แล้วของทรายคือจบเกษตร เพื่อนๆ รู้ยกรุ่นเลย ตอง หนุ่มหล่อ (รึป่าว) แห่งต้อนรับและเวชระเบียนเลยบอกว่าจบเกษตรเหมือนกัน แต่จบจาก อก. แล้วก็หนูจุ๊ย พยาบาล ward ก็บอกว่าจบนพรัตน์ ที่เป็นสมทบกะเกษตร ได้ทีเลย เด็กเกษตรได้รวมตัวกัน แล้วรับปริญญาวันเดียวกันซะด้วย อิอิ คุยไปคุยมาก็รู้จักกะฝน จบหัวเฉียว ซึ่งก็รู้จักกะไอคุณปั้น ตายแน่ๆ ปั้นเอ้ย จะถามเรื่องมาเผาให้น่าดูเชียว
รุ่นที่อบรมจะมีชื่อรุ่นด้วยนะ รุสึกจะชื่อ BMX มีการเลือกประธานรุ่น รองด้วย แล้วก็ทำหนังสือรุ่นเสร็จสรรพเลย พอเข้าอบรมหลายๆวันเข้าก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ฮากันตลอดเวลา เวลาพี่เค้ามาอบรมก็ฮากันซะ (แต่บางทีก็แอบหลับอะ 555+) บางวันก็มีสอบด้วย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับ service with a HEART แล้วก็ มาตรฐาน JCI CQI ฯลฯ คือพวกมาตรฐานที่ใช้ใน รพ. ส่วนพรุ่งนี้ ทั้งวันจะเป็นเรื่องของ การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน หรือ Basic life support แล้ววันจันทร์วันสุดท้ายเป็นการซ้อมแผนหนีไฟ ที่ดาดฟ้าลานจอดรถ OMG!!! ดำสนิทแน่ๆเรยชั้น แต่ก็นะ สนุกดี อ้อ อีกคนที่จะลืมไม่ได้เลยคือ คุณต้นอินทผาลัมทั้ง 3 เค้าทั้ง 3 คนเป็นมุสลิม เป็นอาหรับ แล้วเวลานั่งจะนั่งด้วยกันตลอด โดยมีพี่สุดใจ ล่ามอาหรับนั่งกลางแล้วมีพี่วันกะพี่ไพรัตน์นั่งขนาบซ้ายขวา พี่ทั้ง 3 คนจะเป็นคนเรียกเสียงหัวเราะให้เราเสมอ ความจริงแค่เห็นหน้าบางทีก็แอบขำแล้ว 555+
ที่นี่จะใช้การ scan มือเพื่อบันทึกเวลาการเข้าออกในการทำงาน หลังจาก scan เสร็จก็จะใช้แอลกอฮอลล์ในการล้างมือ เพราะ รพ.เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคคคค พี่ๆ ย้ำกันอย่างบ่อยอะ
จากที่ทรายเข้ามาวันแรกกับอารมณ์กลัวๆ หวั่นๆ ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรมั่ง แต่พอมาวันนี้ก็เกิดความมั่นใจในชีวิตขึ้นมาบ้างแล้ว แต่วันข้างหน้าจะเจออะไรบ้างก้ไม่รู้เนอะ แต่ก็ต้องสู้อ่ะแหละ ต้องสู้ ต้องสู้ จึงจะชนะ ~~~~~
*****************************************************************
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
May 25 เปิดถ้ำสิงห์ อิ่มและฮา วันนี้ทรายจะไปงานเปิดถ้ำสิงห์ แต่ตอนเช้าต้องไปทำธุระสำคัญก่อน อย่างแรก ไปต่อใบขับขี่ ทำมาปีนึงแระ แต่ยังไม่ได้ขับรถออกถนนเองเลย 5555+ เพื่อ??? ไปถึงก็งงๆ ไม่รู้จะเริ่มยังไง ผู้คนรอบตัวก็ดูเร่งรีบไปหมด เลยดาหน้าเข้าไปหาประชาสัมพันธ์ เค้าก็ใจดีนะ บอกหลักฐานที่ต้องใช้ แต่แบบมีปัญหาดิ ทรายไม่มีใบรับรองแพทย์ ต้องนั่งแมงกะไซค์ออกไปปากซอย แล้วก็เดินๆๆๆๆๆๆ หาคลินิกแถวนั้น เดินไกลมากอ่ะ จนเห็นบางจากโพลิคลินิก ดูเก่าๆ โทรมๆ หน่อย แต่ก็เอาวะ มันต้องใช้นี่ ก็เดินเข้าไปแล้วบอกเค้าว่ามาขอใบรับรองแพทย์ พี่พยาบาลที่เคาท์เตอร์ก็ขอบัตรประชาชน แล้วก็เค้าเขียนอะไรยุกยิกๆ ไป สักพักก็เรียกชื่อทราย แหม่ นึกว่าจะให้หมอตรวจซะหน่อย เปล๊า 50 บาทค่ะ แล้วก็เฉดหัวเราออกจากร้านไป OMG!!! จากนั้นก็เดินกลับไปใหม่ หลักฐานครบแระ ทีนี้มองไปรอบๆ เค้าติดไว้เต็มเลยหลักฐานที่ต้องใช้ 5555+ โง่จริงๆ เรยกรู แล้วก็ขอบัตรคิวใช้เวลาทำบัตรไม่ถึง 10 นาทีมั้ง เสียตังไป 505 บาท ก็ได้บัตรใหม่สมใจ กว่าบัตรใหม่จะหมดอายุก็นู่น วันเกิดทรายอีก 5 ปีข้างหน้า
หลังจากออกจากขนส่ง ก็เดินทางไป รพ.กรุงเทพต่อ ด้วยรถเมล์สาย 23 รถพัดลมอีกตะหาก ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย รองเท้าก็กัด ฮ่วย แต่มันมีสายเดียวที่ถึงก็ต้องทน พอไปถึงพ่อกะคนที่จะมาค้ำประกันยังมาไม่ถึง ทรายเลยไปตรวจร่างกายตามรายการที่ค้างไว้ เดินไปเดินมาระหว่าง 2 ตึก แล้วก็ไปนั่งรอคุณพ่อ พอมาถึงก็ไปเซ็นค้ำประกัน ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีดี ออกจากโรงบาลได้ ก็เบิ่งมาที่มหาลัย เพื่อมางาน "เปิดถ้ำสิงห์"
มาถึงน้องๆ เยอะแยะเลย เจอน้องปี 4 ก่อน ไหว้กันระนาว น้องๆ ก็หันมามองหมด เราก็แอบเขิลเล็กๆ อิอิ แล้วก็เดินไปหาคุณนิวที่ซุ้มจิต จากนั้นก็ต๊อกแต๊กไปหาเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่ซุ้มนิติ อันเป็นฐานของเหล่าบัณฑิตเรา วันนี้ฐานบัณฑิตเราประกอบไปด้วย พี่หมอ พี่ตู่ นาม จัน โอ๊ต หวาน ปลา โอญ กอล์ฟ โดนัท วู๊ดดี้ แอน(พัชรี) มิ พอบ่ายๆ ก้อมี กิ๊บ ปิ่น เบญ บูม มาเสริมทัพด้วย ไปทักทายที่ฐานเสร็จทรายก็ลากหนูจันกะคุณนิวไปกินข้าวที่บาร์ใหม่ ไปเจอกวงด้วยก็นั่งคุยกันไปกินกันไป แล้วก็รีบกลับคณะเพราะว่าใกล้เวลาบัณฑิตแนะแนวน้องๆ ระหว่างนั้นทรายก็นั่งอ่าน CAMPUS ก็เลยรู้ว่าภาคเราปีนี้อ่ะ มีคนเลือกมากเป็นอันดับที่ 6 แน่ะ สวยหรูมากมายทีเดียว พอถึงเวลาแนะแนวน้องก็มี ทราย นาม ปลา มาจาก PUBAD จัน ดะ มาจากปกครอง โอ๊ต จากเจเอ แล้วก็วู๊ดดี้จาก IR พูดไปพูดมา คุยกะน้องๆ ไปชม.นึงอะ บ้าไมค์กันมาก โดยเฉพาะโอ๊ต 555+ จากนั้นก็เฉลยหนอนแล้วก็ต้อนรับน้องเข้าสู่มหาลัย แล้วทราย จัน นาม นิว น้องโบว์ (ลูกพี่ลูกน้องคุณนิว) ก็ไปกินสเต๊กพี่โหน่งกัน ได้นั่งรถกอล์ฟแบบใหม่ออกไปด้วยแหละ ทรายกินสเต๊กหมูและก็อีกตามเคย กินไม่หมด ไปกินทีไรไม่เคยกินหมดซะที พี่โหน่งก็แถมแหลก แล้วแบบนั่งๆ กินไปก็จะมีน้องๆ เข้ามาในร้านเรื่อยๆ อ่ะ เด็กรัดสาดมากินกันเยอะมาก วันของรัดสาดเราจริงๆ อิอิ พอกินกันอิ่ม พวกพี่หมอก็มาพอดี มาถึงก็ไล่ที่พวกเราเลยทีเดียว เง้อออออ เราก็นะ ไปก็ได้วะ อิอิ จริงๆ แล้วอิ่มกันจนลุกไม่ขึ้นแล้วอ่ะ 555+ ออกมาจากร้านซักพัก ฝนเริ่มตก ฟ้าเริ่มผ่าเลยตัวใครตัวมัน แยกย้ายสลายโต๋กลับบ้าน ทรายแยกมากะนาม ส่วนนิว จัน น้องโบว์ไปอีกทาง แล้วฝนแม่งตกแรงมากอ่ะ ฟ้าก็แรง โห ดูข่าวเมื่อเช้าบอกว่าตกแค่ 20% ของกรุงเทพฯ ไม่น่าเชื่อ ชั้นจะโชคดีได้เป็น 20 % นั้นด้วย เปียกๆ ชื้นๆ ขึ้นรถเมล์กลับบ้านอีก โหยยยย เน่าโคตรอ่ะ
************************************************
ที่มา : ข่าวจาก นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2550
ม.เกษตร เตรียมจัดงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งยิ่งใหญ่ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ในหลวง พระราชินี เจ้าชายอากิชิโน สุดปลื้มเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ ทรงสำเร็จปริญญาเอก ส่วนพระวรชายาฯ ทรงสำเร็จปริญญาโท เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ณ ห้องประชุมกำพล อดุลยวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี รศ.วุฒิชัย กปีลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ แถลงข่าวงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2550 ว่า ปีนี้มหาวิทยาลัยจะทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสองสาขา คือปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมเกษตร พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการนี้ ยังทูลเกล้าถวายฯ ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สัตวศาสตร์) แด่เจ้าชายอากิชิโนแห่งประเทศญี่ปุ่น โอกาสนี้นับเป็นที่น่าปลื้มปีติยิ่ง เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก โดยทางมหาวิทยาลัยจะทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หลักสูตรแบบ 1.1 โดยทรงงานวิจัยเรื่องการศึกษาทางพันธุศาสตร์โมเลกุลและการทดลองเบื้องต้น การเลี้ยงหอยเชลล์ ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของหอยเชลล์ 9 ชนิด (8 ชนิดพบในไทย และ 1 ชนิดพบในประเทศอินโดนีเซีย) ส่วน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) สาขาพัฒนาการครอบครัวและเด็ก เมื่อปีการศึกษา 2549 (ประจำปี 2550) พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาธุรกิจการเกษตรภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปีการศึกษา 2546 ด้วยเหตุที่ได้ตามเสด็จฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงงานในพื้นที่ต่างๆ และทรงพบว่า สถาบันครอบครัวมีความสำคัญที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทย ประกอบกับทรงมีพระประสูติการพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เมื่อปี 2548 จึงทรงตัดสินพระทัยโอนย้ายเข้าศึกษาต่อภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อภาคปลายปีการศึกษา 2548 โดยทรงเลือกเรียนสาขาพัฒนาการครอบครัวและเด็ก เป็นวิชาเอก และวิชาธุรกิจการเกษตร เป็นวิชาโท ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงผ่านการสอบวิทยานิพนธ์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2550 ณ ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีคณะกรรมการสอบเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน รองอธิการบดีฝ่ายโครงการพิเศษ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะจัดงานราตรีสโมสรและนิทรรศการถาวร พร้อมจัดทำวีดิทัศน์ ผลงานวิจัย และหนังสือที่ระลึก ชื่อ "พระอัจฉริยภาพผูกใจ น้ำพระทัยผูกพัน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2550 เวลา 18.30 น. ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยยังเตรียมจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในวันรับพระราชทานปริญญาบัตรที่บริเวณภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร ผลงานวิจัย และจัดทำหนังสือ "นนทรีย์ช่อหนึ่งที่ตรึงใจ" เป็นที่ระลึกในโอกาสมหามงคลนี้ รวมทั้งจัดทำวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติด้วยเช่นกัน May 06 ทริปเที่ยวแหลกก มะวานทรายมีน้ด MEETING กะเพื่อนๆ เตรียมพัฒน์ เรานัดกันไว้ที่ร้านใบไม้ร่าเริง สาขาบางนา
ทราย โอ เบน และอี่ ไปนัดเจอกันที่ JUSCO ก่อน แล้วก็รอให้แก่มารับ 555+ ช่างเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ แล้วเราก็เดินทางไปที่ร้านกันท่ามกลางฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนไปถึงที่ร้านก็ยังตกอยู่ แต่แบบร้านสวยมากๆๆๆๆ (สวยกว่าที่สาขาเกษตรอีกอะ) ไปถึงก็ไปที่ห้องเกะที่จองไว้ ห้องเกะราคา 2000 - -" แต่ก็นะ ถือว่าห้องดี บรรยากาศดี จากนั้น ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้มากมาย สั่งอาหารโลด กินไปฟังเพลงมนต์รักลูกทุ่งไป ช่างเข้ากับวัยเหลือเกิ๊นนนนน
หลังจากกินอาหารจนอิ่มแปล้ ก็ร้องเพลงกันไป พวกร้องก็ตั้งใจร้อง พวกกินเหล้าก็ตั้งใจกินของตัวเองไป 555+ สนุกสนานกันมากมาย จนกว่าจะกลับก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มครึ่ง ดีนะยังคิดจะกลับกัน กลัวจะร้องถึงตี 1 เหลือเกิ๊นน จนกลับพวกคุณผู้ชายทั้งหลายก็ไปจั่วไพ่กันที่บ้านคุณแก่ต่อ แต่ยังไงแล้วคุณแก่ต้องไปส่งทรายก่อน 555+ กลับถึงบ้านนอนไม่หลับไปเลยทีเดียว เสียงเพลงมันหลอนโคตรๆ อะ โดยเฉพาะเสียคุณชายกอง กะคุณชายแก่เนี่ย ปวดใจสุดๆ
อ่ะ เช็คชื่อคนที่ไปหน่อยดีกว่า จำเริญ จุติ ธิติพันธ์ อนุวัต ณัฐพล ภูริชญ์ สมพงษ์ ภรัญญู ธัชชัย นนท์ ก่อพงศ์ ดนัย วริษา พิมลพรรณ วราภรณ์ อมรรัตน์ เบญจพร ทั้งหมด 17 คน ถ้วน
++++++++++++++++++++++++++++++++
มาถึงตอนของวันนี้แล้ว วันนี้กลุ่มสโมฯ นัดกันไปงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของคุณชายนิว ทรายนัดนามไว้ที่คณะ จะไปพร้อมพี่หมอ จนคนที่ไปพร้อมกันมาครบ ได้แก่ ทราย นาม พี่หมอ พี่มด พี่ดิว พี่แอม ก็เลยออกเดินทางแล้วไปแวะรับพี่นัทมาอีกคนแล้วก็ไปถึงบ้านคุณนิว บ้านใหญ่โตมโหฬาร มหึมา ตระการตา ดาวล้านดวงมั่กๆ จนมีคนแอบอยากเป็นสะใภ้ 5555+ ได้เจอแชมป์ บุ๋ม เบนซ์ แฟนเบนซ์ กิ๊ฟ บุค โอ๊ต เพื่อนกิ๊ฟ ฝ้าย ก็นั่งรอพระมา จนพระมา (หนึ่งในนั้นก็มีหลวงพี่ติ๊กด้วย) ก็ประกอบพิธีไป ตอนที่พระพรมน้ำมนต์เล่นเอาทรายสะดุ้งเลย หุหุหุ หลังจากพระฉันเพลงเสร็จก็ได้เวลาของฆราวาสหม่ำบ้างล่ะ คุณนิวทั่นเล่นสั่งโต๊ะจีนจากภัตราคารมาเลยทีเดียว พอหลวงพี่จะกลับก็เลยออกไปส่งกัน หลวงพี่ก็แจกธนบัตรขวัญถุงกะผ้ายันต์มาให้คนละชุด พอส่งพระเสร็จ เราก็เลยไปกินต่อ กินกันไปขำกันไป กัดกันไป เอ้อ.... เมื่อได้เวลากลับก็ได้ชักภาพเป็นที่ระลึก แล้วก็นัดกินหมูกะทะกัน ที่บ้านตานิววันที่ 2 มิ.ย. ทรายก็บ่นๆ ว่าชั้นทำงานไม่เป็นเวลา ถ้ามาไม่ได้ แกคงไม่โกรธนะ มันก็แสนใจดี ตอบกลับมาอย่างน่ารัก กรูโกรธยันลูกเมิงบวชเลยล่ะ .... หือออ ใจร้ายยยยยยยย
April 30 ครอบครัวชั้นดีที่สุดในโลกเมื่อวาน คุณลุง และคุณอา มาที่บ้าน ฉะนั้นบรรดาหลานๆ (สาว) จึงเต็มไปหมด บรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงถามว่าวันนี้ไปไหนกันดี มีข้อเสนอมากมาย ทั้งจตุจักร ซีคอน ฯลฯ จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีคำตอบ - -" และสุดท้ายก็มีมติว่าไปบางแสนกันดีกว่า 555+ เข้าทางไอ้ทรายเลย กะลังอยากไปทะเลพอดี๊ และแล้วเราก็ออกเดินทาง วู้ๆๆ ไปถึงบางแสนคนเยอะมากๆๆๆ ทรายก็เลยบอกพ่อให้ไปจอดรถแถวๆ ที่ทรายเคยไปกะเพื่อนๆ ครั้งก่อน คนจะน้อยหน่อย พอได้ที่นั่งมองดูน้ำทะเล ต่างกะครั้งนู้นลิบลับเลยทีเดียว มาคราวนี้น้ำลง แล้วน้ำมันไม่สีครามสวยแบบครั้งก่อน สงสัยเป็นเพราะฝนตกอ่ะแหละ น้ำเลยดูขุ่น ปล่อยให้น้องๆ ลงเล่นน้ำกันไป ส่วนทรายก็นั่งกิน เมนูวันนี้ที่อร่อยสุดๆ ก็คือ แต่น แตน แต่น เต๊นนน หอยนางรม อร่อยมากๆๆๆ คิดถึงแล้วก็เปรี้ยวปากขึ้นมาอีกแระ พ่อถามว่าจะเล่นบานาน่าโบ๊ตมั้ย แม่ดิชั้นรีบห้ามเลยทันที 555+ สงสัยกลัวสีมันจะกู่ไม่กลับ หลังจากปล่อยให้เด็กๆ เล่นน้ำจนฉ่ำปอด ก็เรียกขึ้นมาอาบน้ำ ตอนแรกว่าจะไปหนองมน แต่พอดีผ่านพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเลยแวะเข้าไปดูซะหน่อย อย่าว่าแต่เด็กๆ ตื่นเต้นเล้ย ชั้นนี่ก็ตื่นเต้นอย่างแรง วิ่งจูงมือเด็ก 9 ขวบ ดูปลา ดูกุ้งอ่ะ 5555+
ตอนไปตู้ม้าน้ำมันจะมีสิ่งมีชีวิตอย่างนึงอยู่ที่พื้น แล้วมันหยึกหยึย แบบ ดึ๋ยมากอ่ะ นึกถึงตอนนี้ยังขยะแขยงไม่หาย แต่ชอบปลาใน Big Tank มากๆ ปลาหมอทะเลตัวเท่าควาย อุแม่เจ้า จับมาผัดกินได้เป็นปี เอ๊ะ นี่ช้านนึกอะไรออกไป อิอิอิ ออกจากพิพิธภัณฑ์ก็ไปช๊อปกันต่อที่หนองมน ของกินก็นะ ของฝากแบบที่รู้ๆ กันอยู่ ทั่วประเทศไทย 76 จังหวัด ของฝากแม่มหน้าตาเหมือนกันเลย เซ็ง - -"
จากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน แป๊บเดียว ไม่ถึง ชม. คุณพ่อก็บึ่งมาถึงบ้าน พอมาถึงก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปงานแต่งงานต่อ งาน outdoor ด้วยคร้าบพี่น้อง กับสภาพอากาศแบบนี้ ไม่รู้เจ้าสาวปักตะไคร้ไล่ฝนไปรึยัง แต่จนจบงานก็ผ่านไปได้ด้วยดี เฮ้อ และแล้วก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึงนี่สิ กำลังจะเดินเข้าบ้านดันได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน แล้วแบบเป็นสามีกะพันยาอ่ะ ได้ยินเลยแบบสาละมีสุดชั่วแม่มเอาหัวพันยากระแทกกะปูนอ่ะ อมรรัตน์ยืนอึ้งเรย แต่แม่ดิชั้นสิ ทุบประตูบอกให้หยุด (คือก็เป็นเพื่อนบ้านรู้จักกันอ่ะนะ) มันก็ไม่หยุด อมรรัตน์ก็ไม่หยุดอึ้งเหมือนกัน จนพ่อมาถึงก็ช่วยกันพังประตูเข้าไป ตัวพันยาออกมากองอยู่หน้าประตูเลยอ่ะ ทีนี้ทรายเริ่มได้สติก็ช่วยแม่พยุงเค้าไปที่บ้านก่อน น่ากลัวมากๆๆๆๆ ตรงหน้าผากอ่ะยุบลงไป แต่เลือดไม่ออก ชีวิตช้านไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ แทบเป็นลม เค้าก็นอนร้องปวดหัวๆ ก็ช่วยกันปฐมพยาบาลเอาน้ำแข็งประคบ แล้วก็พาไปส่งโรงบาล T-T ชั้นต้องไปโรงบาลในตอนกลางคืน สถานที่ที่ชั้นเกลียดโคตรๆ แล้วโรงบาลเอกชนไรฟะ กลิ่นยาแรงโคตร อยากจะร้องไห้ จนหมอดูอาการก็อนุญาตให้กลับได้ ก็ช่วยกันพยุงไปส่งบ้านพี่อีกคนนึงที่เค้าสนิทกัน แล้วดิชั้นถึงได้เข้านอน เหนื่อยโคตรรร
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า - แม่ชั้นเป็นผู้หญิงและแม่ที่เก่งที่สุด - พ่อชั้นเป็นผู้ชายและพ่อที่ดีที่สุด - และชั้นก็จะทำตัวให้ดีที่สุด เพราะ ชั้นได้มีโอกาสมีครอบครัวที่ดีที่สุด April 24 ย้อนวัยกันโหน่ยยย เมื่อวันศุกร์ที่ 20 เม.ย. ทรายนัดกะตี่ไป มหาลัย แบบว่าคิดถึงก็เลยไปหา อิอิ ทรายไปเอาใบรับรอง TA แล้วก็ไปถามข่าวเรื่องรับปริญญา ตอนเที่ยงๆ ก็ไปรับทานอาหารกันที่สหโภชน์มีคุณพศินไปด้วย กินไปเม้าส์ไป แบบว่าไม่ได้เจอกันนาน 5555+ เสร็จแล้วก็กลับไปคณะเจอหนูบูมเลยเม้าส์ๆๆๆ พอหนูบูมกลับไปสักพักเลยกลับมั่ง แต่ช้าก่อนตะวันยังไม่ตกดิน เก๊าะเลยไปเดินเล่นที่เซนทรัลกันก่อน ทรายได้ดีวีดีมา 2 เรื่อง พอเมื่อยได้ที่ถึงได้แยกย้ายสลายโต๋
+++++++++++++++++++++++
มะวานนี้ ทรายกะตี่ไปเดินเล่นกันที่ซีคอน (คิดอยู่ล่ะสิว่า บ้านน๊อก บ้านนอก รู้ทันนะเฟ้ย) ไปถึงทรายก็ไปทำธุระให้เสด็จพ่อที่ไปรษณีย์ก่อน แล้วค่อยเดินเล่นต่อ ก็พาตี่เดินทัวร์ไปทั่วทรายช๊อปได้รองเท้าแตะมา 1 คู่ ส่วนหนูตี่ เอ่อ ไม่บอกดีฝ่า 5555+ วันนี้ได้ไปซื้อดีวีดีด้วย เอาไว้ดูช่วงตกงาน เหอะๆๆ ทรายซื้อเรื่อง snow queen กะ sad movie มา หมดไป 300 เองแหละ ส่วนคุณตี่ซื้อมา 2 เรื่อง หุหุ วันหลังจะยืมมาดู
พอช็อปเสร็จก็เดินไปเดินมาจนไปถึง YOYO Land สวนสนุกของเรา เห็นเด็กๆ วิ่งไปวิ่งมา ทรายเลยนึกถึงวัยกระเตาะที่เคยมาเล่นไวกิ้งที่นี่ แต่ตอนนี้มันไม่มีแระ ถ้าใครจำได้ก็เพราะว่ามันมีข่าวตอนนู้นว่า ชิงช้าที่มันเหวี่ยงๆ อ่ะ มันเหวี่ยงคนตกลงมา เค้าเลยเลิกมันซะ 2 อย่างเลย แล้วเป็นของโปรดชั้นทั้ง 2 อย่าง T-T เดินไปเดินมาก็ถ่ายรูปกันใหญ่ จนมีวัยรุ่นกลุ่มนึงเห็นความกล้าของป้าๆ ก็เลยทำตาม อิอิ ถ่ายรูปเมามันก็ไปเดินเล่นกันต่อ ทรายไปหาหมอหน้าด้วยหมดไปแค่ 1030 เอง T-T น้ำตาแทบไหล แม่ง แพงก็แพงไม่เห็นตรูจะดีขึ้นเท่าไหร่เลย ทีนี้ไปเดินร้านซีดี คุณตี่เลยได้ซีดีกลับบ้านมาอีก 1 เรื่อง เก๊าะคือ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ในราคา 35 บาท ถูกเน๊าะ วันหลังจะไปเหมาซะให้หมดร้าน อิอิ
แสนจะสบายใจอ่ะ นานๆ ได้ออกจากบ้านที แบบตอนนี้โคตรเบื่อเลย ไม่มีอะไรทำ กลมเป็นหมูดำแล้ว T-T April 18 เหงาจริงๆ เลย ให้ตายสิ - -" ช่วงนี้ไม่ได้ update เลย ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะมาเล่า แต่เพราะมันมีอะไรในชีวิตตั้งมากมาย มากเกินกว่าจะเอามาลงได้หมด มีทั้งเรื่องน่ายินดี เรื่องที่น่าเสียใจ และเรื่องที่น่าเสียดาย
อยากออกไปเที่ยวๆๆๆๆ ไปไหนก็ได้ให้ไกลๆ แล้วไปคนเดียว ไปอยู่กับตัวเองสักพัก กลับมาเมื่อชาร์ตแบตได้เต็ม จะได้เริ่มทำอะไรใหม่อีกรอบนึง เอาให้เต็มที่ไปเลย
สงสัยช่วงนี้ ฮอร์โมนจะไม่คงที่ ชั้นมาบ่นอะไรให้ชาวบ้านเค้าอ่านเนี่ย ไร้สาระจริงๆ 5555+
ไปดีฝ่า แต่ขอฝากเนื้อเพลง เพลงนี้ไว้ก่อน บอกตรงๆ โคตรจะโดนอ่ะ และมันจะยิ่งโดนมากขึ้นๆ แสบทรวงเลยทีเดียว (สำนวนเสี่ยวจริงๆอะ อิอิ)
เหตุเกิดจากความเหงา - Emotion Town
ขอบคุณ..ระยะทางที่ทำให้เราต้องห่างไกล
ขอบใจ..เธอเหมือนกัน ทีเธอเลือกจากฉันไปแสนไกล ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ วันนี้..มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าพึ่งเข้าใจ ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ไม่รู้คุณค่าสิ่งนั้น เหมือนอย่างตัวฉัน ทีเพิ่งรู้ว่าคืนวัน.ที่ผ่านมา ใครคือคนสำคัญ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ ![]() March 09 วันสุดท้าย แต่ไม่ใช่ ท้ายที่สุด วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆ วัน และก็เป็นแค่วันสอบธรรมดา
แต่ความรู้สึกที่มีมันเปลี่ยนไป... เพราะวันนี้คือวันสุดท้าย .... ของการสอบ ...
... และวันพรุ่งนี้ .....
สิ่งต่างๆ ที่เคยเป็นเรื่องธรรมดา เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก กำลังจะกลายเป็นความทรงจำ
ตื่นแต่เช้า กลัดกระดุมสีดำ ติดเข็มเกษตรฯ ติดติ้งสิงห์ เตรียมตัวไปมหาลัย
ยืนรอรถเมล์ และขึ้นไปหลับบนรถ ด้วยเวลาอันยาวนาน
แต่ตลอด 4 ปี ก็ไม่เคยหลับเลยป้าย สงสัยพระพิรุณจะคอยปลุก
หลายครั้งที่เดินเข้าห้องเรียนสายแล้วเพื่อนๆ หัวเราะ
----- ทำไมเมิงเหมือนศพแบบนี้ ----- โดนรุมโทรมมาเหรอเมิง -----
หลายคำถามที่ได้รับ แม้มันจะไม่ใช่คำทักทายที่ดี
แต่มันก็ทำให้เริ่มต้นวันอย่างมีความสุข .... เออ เมิงเข้าใจคิดกันดีนะ
ระหว่างเรียน ก็เรียนบ้าง หลับบ้าง เล่นบ้าง แต่จะมีหนึ่งคนที่ตั้งใจเรียน
เพื่อให้เพื่อนๆ มีแลคเชอร์อ่านเวลาสอบ ... นั่นคือ เก๋ตี่
หลังจากเรียนเสร็จ ทุกคนก็ต้องลงไปที่ลานคณะ
พร้อมกับคำถามที่ว่า "เมิงวันนี้กินไรดี"
เราต้องใช้เวลาถกเถียงเรื่องที่กิน วันละไม่น้อยกว่า 5-10 นาที
พอไปถึง ไม่ว่าจะเป็นบาร์ใหม่ บาร์ใหม่(กว่า) สหโภชน์ หรือตาตั้ม
สิ่งที่เราทำบนโต๊ะอาหาร นอกเหนือจากการกิน คือ การเม้าส์
และ .... ส่องผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร
นอกจากการเรียกเสียงหัวเราะให้กับวงข้าวของเราเท่านั้น
และเมื่อกลับไปที่ลานคณะ ก็จะเกิดการเสวนากับรุ่นพี่ - รุ่นน้อง
วิ่งวุ่นซีรอกซ์ บางที ก็ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ฮาๆ ไว้ดูกัน
ถึงเวลาเรียนอีกครั้ง สิ่งที่ทำก็เหมือนๆ เก่า
พอเลิกเรียนสิ่งที่ทำก็เหมือนๆ เก่า อีก
ลงจากห้อง พูดคุยหยอกล้อ
สักพักถึงจะกลับบ้าน
+
+
+
+
สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 4 ปี วนไปเวียนมา อย่างซ้ำซาก
แต่ทำไมที่แห่งนี้ ... เกษตรศาสตร์
ถึงทำให้ความซ้ำซาก กลายเป็นความสุข
ทำไมถึงไม่คิดเบื่อที่จะต้องทำแบบนี้ทุกๆ วัน
ทำไมถึงไม่คิดเบื่อที่จะต้องเจอหน้าเพื่อน คนเดิมๆ ทุกวัน
........... เหตุผล คงมีอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว ...........
เคยมีคนพูดไว้ว่า เราจะรู้ค่าของสิ่งใด ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้น
ฉันก็เช่นกัน .... ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่า.....
ค่าของเวลาที่มีความสุขมันมีมากมายจริงๆ และเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าเราได้ใช้เวลาเหล่านั้นไปมากเท่าไหร่
จนกระทั่งเวลาเหล่านั้นมันใกล้จะหมดลง
และในวันนี้ ..... ถึงแม้เวลาแห่งความสุขในช่วง 4 ปีจะหมดลง .... แต่ความสุขที่เกิดขึ้น
เพราะมีพวกเรา....จะยังคงอยู่ต่อไป ... และตลอดไป
****************************************************************************
ขอบคุณจากใจ ....
ขอบคุณ * มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ -- บ้านหลังใหญ่ที่แสนอบอุ่น
ขอบคุณ * คณะสังคมศาสตร์ -- ที่ให้ประสบการณ์ ความรู้ และมิตรภาพ
ขอบคุณ * ภาควิชารัฐศาสตร์ -- ถึงสิงห์เขียวจะยังเด็ก แต่ก็กำลังจะโต
ขอบคุณ * สาขาบริหารรัฐกิจ -- พวกเราทุกคนยอดเยี่ยมมาก ... เกียรตินิยมเรื่องสิวๆ
ขอบคุณ * อ.ศรีรัฐ โกวงศ์ -- วิชาของ อ. ไม่เคยน่าเบื่อ ฮื่อแฮ่ๆ
ขอบคุณ * รศ.นิตยา เงินประเสริฐศรี -- พวกเราจะปรับปรุงอย่างต่อเนื่องต่อไป
ขอบคุณ * รศ.เชี่ยวชาญ อาศุวัฒนกุล -- ข้อละ 1 หน้า แต่อย่างปึ๊ก
ขอบคุณ * ดร.สุทธิศักดิ์ สินธุนาวา -- ขออะไร ได้ทุกอย่าง ยกเว้น A
ขอบคุณ * รศ.สุพัตรา จุณณะปิยะ -- รู้ว่า Pub Ad มี Team Work ก็วิจัยนี่เอง
ขอบคุณ * รศ.ดร. โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ -- สำหรับแผนที่โลกและแผงผัง 5 ชั่วโคตร
ขอบคุณ * รศ.ดร. อรรณพ ชูบำรุง -- วิชาเดียว แต่ประทับใจ
ขอบคุณ * ดร.วัชรินทร์ ชาญศิลป์ -- เสื้อเปลวเพลิงขอได้มั้ยคะ
ขอบคุณ * รศ.วัลลภ ลำพาย -- สำหรับทฤษฏีการเมืองและการปกครองส่วนท้องถิ่น
ขอบคุณ * อ.จุฑาทิพ คล้ายทับทิบ -- สวยประหาร เกรดA
ขอบคุณ * ผศ.จตุพร บานชื่น -- สำหรับ A วิชาตำรวจ
ขอบคุณ * รศ.ดร. มนฤตย์พล อุรบุญนวลชาติ -- ป่านนี้ยังท่องชื่อกับนามสกุลอ.ไม่ได้เลย
ขอบคุณ * สโมสรนิสิตคณะสังคมศาตร์ -- 2 ปีที่ทำงาน ประสบการณ์เยอะแยะ
ขอบคุณ * ชุมนุมรัฐศาสตร์ -- เพื่อนแท้ยังมีอยู่เยอะ
ขอบคุณ * เก๋ตี่ -- Duo สั้นยาว
ขอบคุณ * เก๋โต -- ขาเม้าส์ทีมชาติ
ขอบคุณ * ฟูจิ -- ปากร้าย ใจดี
ขอบคุณ * หนูแนน -- พี่นี้ มีแต่ให้
ขอบคุณ * ฟิมชาย -- ทำขนมแสนอร่อย
ขอบคุณ * อู๊ดดี้ -- ฮากันตลอดทริป
ขอบคุณ * หนูเตล -- ถึงเอ๋อก็รักนะ
ขอบคุณ * โดนัท -- เสกของลงพุง
ขอบคุณ * หนูจัน -- จะไม่ทิ้งเมิงอีก
ขอบคุณ * พศิน -- ดีใจที่รู้จักเมิง
ขอบคุณ * แบงค์ -- สาวมั่นแห่งยุค
ขอบคุณ * เพื่อนๆ (ที่ไม่ได้กล่าวถึง) -- ความสุขมีอยู่เพราะมีเรา
ขอบคุณ * รุ่นพี่ -- ตัวอย่างที่ดี
ขอบคุณ * รุ่นน้อง -- พยายามกันต่อไป
และสุดท้าย ขอบคุณ * พรหมลิขิตที่ทำให้มีวันนี้ ขอบคุณที่ทำให้คนอย่างพวกเรามารวมตัวกัน และขอบคุณที่ทำให้พวกเรารักกัน ... ขอบคุณและขอบคุณ
March 03 Happy Birthday to Me to Meeeeeeวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่ 22 ของทรายค่ะ เป็นวันเกิดที่สนุกมากมาย แต่ก็เหนื่อยมากมายอีกเช่นกัน
ย้อนไปเมื่อวานนี้ มี present งานวิจัย ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อเรา present กันเสร็จ pub ad ทั้งหลายก็ลงไปถ่ายรูปกันด้านล่าง ที่เด็ดสุดๆ กว่าจะจัดกันได้ลงตัวก็คือการเอาคน 30 กว่าคนมาทำให้เป็นคำว่า Pub Ad นี่แหละ แต่ผลที่ได้ออกมาก็ถือว่าดีเลยทีเดียว อิอิ พวกเราก็ถ่ายรูปกันไว้มากมายและที่เด็ดสุดๆ อีกอันนึง เห็นทีจะลืมไม่ได้ก็คือ การไปถ่ายรูปที่ป้ายตะลัย โอ๊ย ผู้คนนับแสนต่างตกตะลึงการกระทำของพวกเรา ( 555+ เว่อร์แระกรู) แต่มันฮามากๆ จริงๆ นะ อิอิ หลังจากถ่ายรูปรวม Pub Ad แล้ว กลุ่มเราก็ถ่ายรูปกลุ่มกันมั่ง ทั้งที่ซุ้ม และที่ดาดฟ้าชั้น 5 ยามพระอาทิตย์ตกดิน แบบว่าไม่อยากจะ Said สวยค่อดๆ เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวกเราก็กลับบ้านกัน ส่วนทรายก็กลับบ้านไปเตรียมตัวออกเดินทางไปจันทบุรีตอนตี 1
กลับบ้านกินข้าว อาบน้ำแต่งตัว จนถึงเวลาตี 1 รถตู้ที่ว่าจ้างไว้ก็มาจอดรอทราย and family และเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี เมื่อรถไปถึงที่หมาย แบบว่าผิดความคาดหมายของทรายมากๆ นึกว่าวัดจะเงียบๆ อารมณ์ทางขึ้นดอยสุเทพ (เค้าบอกว่าจะพามาปีนขึ้นเขา) แต่กลายเป็นว่าร้านค้าเยอะมากๆ และคนก็เยอะมากๆ เช่นกัน พวกเราก็ไปไหว้พระกันก่อน พร้อมทั้งหากาแฟ โอวัลตินกินรองท้อง ตอนประมาณตี 4 ครึ่ง จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถเพื่อที่จะขึ้นเขา คนรอรถเยอะมาก อารมณ์เหมือนหมอชิตตอนปีใหม่อะ 555+ เมื่อถึงคิวเรา (ความจริงไปลัดคิวเค้า...ซะงั้น - -") ก็ต้องขึ้นรถที่มันเป็นรถกะบะแล้วก็มีเหล็กๆ 2 ข้าง คันนึงก็ขึ้นได้ประมาณ 12-13 คน ทรายนั่งข้างหลังก็กะว่าคงไม่โลดโผนมากมาย แต่ผิดคาด T-T ไอ้ตอนแรกๆ ก็ทางปูนดีๆ ไปๆมาๆ เข้าป่าลึกเข้าๆ กลายเป็นทางลูกรัง (ดีนะเป็นตอนกลางคืนเลยไม่รู้สึกอะไรมาก อากาศเย็นสบาย) และทางก็โคตรจะชัน ที่เคยๆ ไปมาทั้งค่าย ทั้งเขาค้อ ชิดซ้ายไปเลยเหอะ จนไปถึงระยะนึงก็ต้องเปลี่ยนรถ ต้องไปซื้อตั๋วใหม่อีก ไอ้ทางระยะที่ 2 นี่แหละ โอ๊ยแบบว่าระยะที่ 1 ว่าชัน ว่าน่ากลัวแล้ว ระยะที่ 2 มากกว่าหลายเท่า ทั้งชัน ทั้งโค้งหักศอก โอ๊ย หัวใจจะวายตายเอาให้ได้ จนไปถึงพระพุทธบาทที่เราจะไปศักการะ เหอะๆๆ คนเยอะมากกกกกกกกกกกก ไม่นึกว่าคนจะล้นหลามขนาดนี้ หลังจากที่เราลงรถมาได้ ก็มาไหว้พระด้านล่าง แล้วก็เดินขึ้นเขาไปอีก 1 กิโล ระหว่างทางคนเยอะแต่ว่าอากาศเย็น บรรยากาศดี เหมือนทะเลหมอกอ่ะ เดินๆ ไปจับเมฆได้เลย สวรรค์มากๆ แต่เมื่อไปถึงใกล้ๆ พระพุทธบาทคนอัดแน่นกันเต็มเลย T-T ทรายโดนเบียดอยู่นานแทบจะเป็นลม พอได้ไหว้แล้ว ก็ไปถวายสังฆทานเนื่องในโอกาสวันเกิดต่อ จนได้กลับลงไปข้างล่าง เหนื่อยแสนสาหัส แต่ก็ภูมิใจที่ขึ้นไปถึงจนได้ 555+ นึกว่าจะโดนหามลงมาซะแร้วว หลังจากนั้นก็ลงจากเขาโดยวิธีเดิมคือนั่งรถ 2 ต่อ รอบลงนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ก็นะแอบหวั่นๆ เป็นระยะ ก็พี่ทั่นเล่นเบรคซะตัวโก่ง แล้วเราก็ลงมาได้โดยสวัสดิภาพ 5555+ และที่หมายต่อไปของเราก็คือออออ ทะเล ...... เย้ๆๆๆๆ คุณพี่คนขับรถพาไปเที่ยวที่หาดเจ้าหลาว (ชื่อนี้ป่าวหว่า แอบไม่แน่ใจ) แต่ทะเลสวย น้ำใส คนไม่พลุกพล่านมาก เสียอย่างเดียวส้มตำไม่อร่อย เหอะๆๆ นั่งเล่นชิวๆ และลงไปเดินเลียบชายหาดสัก ชม.กว่าๆ ก็กลับ
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เตรียมตัวกันไปกินเลี้ยงวันเกิดต่อ รอบนี้เลี้ยง 3 คนเลย คือน้องดี้ น้องปลา และทราย ไปกินกันที่แพร้านอาหารแถวๆ บ้าน บรรยากาศโอเชเลย เพราะอยู่บนน้ำ อาหารก็ใช้ได้ ถึงปลาหมึกเราจะเสิร์ฟช้ามากๆ ไปหน่อยก็เหอะ รู้สึกดีที่ปีนี้ญาติๆ มากันเยอะแยะ บรรยากาศก็อบอุ่น หยอกเย้ากันสนุกสนาน และก็เป็นอีกปีที่ทรายได้เป่าเทียน 555+ หลังจากเป่าเทียนแล้วก็ได้ของขวัญ เหอะๆๆ เวลาที่เรารอคอย ฝ้ายกะไปร์ทให้กระเป๋าใบใหม่สุดแนว ลูกปลาให้กล่องตั้งโต๊ะแสนน่ารัก และพี่เซฟ (ว่าที่น้องเขย) มอบกล่องลายคราม - -" ให้ และยังได้รับคำอวยพรจากญาติผู้ใหญ่หลายๆคนด้วย
เริ่มต้นปีด้วยความสุขแบบนี้ ตลอดปีนี้ทรายก็คงพบแต่ความสุขอ่ะเนอะ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ส่ง SMS มาให้ รวมทั้งคนที่โทรมา HBD ด้วยนะจ๊ะ ทุกคนน่ารักมากๆ เลย ขอให้คำอวยพรกลับไปสู่ทุกๆ คนด้วยน้า February 20 รวบรวมหลายๆวัน อะฮั้นเหนื่อย14 กุมภาพันธ์ 2550
วันแห่งความรักปีนี้ ทรายก็ยังห่อเหี่ยวจิตใจ เศร้า... เดินทางไปมหาลัยแต่เช้าเพื่อไปฟัง present สัมมนากลุ่มปลา ทรายก็ขึ้นลิฟท์ไปคนเดียว พอเปิดลิฟท์เท่านั้นแหละ อุแม่เจ้า~~ เกิดอะไรขึ้น เพื่อนๆ เซอร์ไพร์สเล่นซะตกใจ ไอ้คุณเรศกะคุณโอ แต่งตัวประหลาดๆ มาจ๊ะเอ๋อยู่หน้าลิฟท์ แทบกรี๊ดดด ... กลุ่มนี้จัดสัมมนาได้หวานมากๆ อ่ะ น่ารักๆ สมกะวาเลนไทน์ อิอิ หลังจากฟังสัมมนาเสร็จเราก็ไปกินข้าวกัน และสามสาว ทราย ตี่ ฟิมญ ก็ไปเซนทรัล อยากกินไอติมๆ เลยไปนั่งกินกัน 3 คน ... เฮ้อ สงสารตัวเอง วาเลนไทน์ทั้งทีนะเนี่ยยย
15 กุมภาพันธ์ 2550
ทรายกะตี่มาทำรายงานวิจัยที่ KITS ร่วมกับกลุ่มนามาเอะคุง ตอนแรกจะมีอู๊ดดี้ด้วย แต่ว่าอู๊ดดี้เข้าโรงบาล ให้น้ำเกลือ... ซะงั้น ส่วนทรายก็แบบว่าตาลายไปเลยอ่ะวันนั้น มองตัวเลขจนเบลอ แล้วก็กลับบ้านไปทำต่อกัน 2 คน และงานก็เสร็จในเวลาตี 2 เพื่อที่จะส่ง อ. ในวันรุ่งขึ้น
16 กุมภาพันธ์ 2550
พาน้องไปสมัครแบรนด์ ซัมเมอร์ แคมป์ที่มหาลัยแล้วก็พาไปรับหนังสือที่สยามต่อมาก็ไปส่งที่อนุสาวรีย์และกลับไปที่มหาลัยเพื่อดูละครเวที ของคณะมนุษยฯ เรื่อง The Myth of Mertale : The legend of blue กะ ตี่และนามาเอะคุง ละครเริ่มตอนเกือบๆ 6 โมงเย็น และจบเมื่อเวลา 3 ทุ่ม - -" ชั้นจะกลับบ้านยังไงเนี่ย ทรายชอบเซบัสเตียนอ่ะ น่าสงสารดี แต่มหาเทพโพไซดอนหน้าเหมือนนามมากๆ อ่ะ 5555 พอละครจบก็กลับบ้าน ทรายถึงบ้าน 5 ทุ่มกว่า การี๊ดดดด ดึก ง่วง เพลีย
17 กุมภาพันธ์ 2550
คุณนลิโทรมาปลุกตอน 8 โมงให้ไปงานรับปริญญา ม.กรุงเทพด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงงานก็ไปไม่ทัน 5555 แต่ก็โอเค เพราะงานนี้ หนุ่มๆ หน้าตาดีเยอะมากกกกก สบายตาสบายใจจริงๆ พอคุณนลิคุยกะพี่ได้สักพักเราก็กลับกัน ตอนแรกว่าจะมาต่อที่บ้านทรายให้มาช่วยทำรายงาน ดั๊นลืมกุญแจบ้านซะนี่ เลยต้องไปชิวๆ กันที่ซีคอน (จากตอนแรกจริงๆว่าจะไปสยาม) ไปกิน ช๊อป เม้าส์ สุดฤทธิ์ๆๆ สบายใจจริงๆ มีหลายเรื่องที่ทรายสามารถเล่าให้นลิฟังได้ รู้สึกดีมากๆ อ่ะ ... และสิ่งที่เล่าให้นลิฟัง ทรายก็อยากให้มันเป็นจริง ... แต่มันจะเป็นไปได้มั้ยน้า February 13 Bye'Niorวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550
เริ่มต้นการเดินทางในเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง พวกเราไปขึ้นรถกันที่ปั้ม ปตท. ทันทีที่ล้อหมุน ยังไม่ทันพ้นจากเขตมหาลัย พี่บัณฑิตที่เคารพรักทั้งหลาย ก็จัดการเปิดเพลงและเปิดขวด (ขวดอะไร น่าจะรู้กัน 555) ปลุกปั่นความคึกครื้น ตอนแรกๆ ทรายกะจันก็เต้นอยู่หน้าๆรถ หลังๆ เริ่มอดรนทนไม่ด๊ายยย กระเถิบๆๆ ไปหลังรถทีละนิดๆ รู้ตัวอีกที ก็เข้ามาร่วมวงเต้น และวงเหล้าซะแร้นนน เต้นไปเต้นมาสนุกสนานมากมาย คุณพี่ทั้งหลายก็แสนดี ส่งแก้วมาให้เรื่อยๆ ทั้งเหล้าและเบียร์ พี่หมอส่งถี่หน่อย 555 เอาเป็นว่าวันนั้นทรายกินเบียร์เป็นไปเลยทีเดียว และเมื่อกินเบียร์แล้วอย่างที่รู้กันดี มันต้องปวดฉิ้งฉ่องบ่อยๆ คุณพี่ทั้งหลายเลยตั้งแก้ว ยิงกันตรงประตูรถ เฮอะๆ เราก็เป็นหญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์ ต้องคอยหันหน้าหนี จนแวะปั้มเราถึงได้ปฏิบัติกิจของเราบ้าง ถึงตอนนี้ทรายเริ่มกึ่ม - -" เต้นๆ อย่างเดียวแระ ขึ้นรถไปอีกรอบทีนี้ น้องพาขับวนไปวนมา เพราะที่รีสอร์ทกะลังเตรียมสะใภ้ เฮ้ย ไม่ใช่ เซอร์ไพร์ส วนมากๆ คุณพี่ก็ปวดฉี่ดิ เลยต้องแวะปั้มกันอีกรอบ 555 จนไปถึงน้องก็คล้องพวงมาลัย พร้อมทั้งจุดเทียนตามทางเดิน และพูดต้อนรับ ถึงตอนนี้มีเหตุการณ์ระทึกขวัญ เล่นเอาทรายสร่างเมา (คนไปก็คงรู้ดี บรื๋อออ) เมื่อเหตุการณ์สงบท้องฟ้าสดใส เราก็ไปอาบน้ำ ปะแป้ง เข้านอน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2550
ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย แต่ก็ตื่นแต่เช๊า เช้า เพราะนัดกะเพื่อนๆ และพี่แดงไว้ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อย เรา (ทราย ตี่ แนน ปลา และพี่แดง) ก็มุ่งหน้าไปที่ชายหาด ตอนนี้ยังเช้ามืดอยู่ แต่ก็นะ ขอถ่ายรูปหน่อย รูปที่ออกมาก็เลยมืดตึ๊ดตื๋อ ไอ้เราก็ขาวซะด้วย หุหุหุ ทรายกับการแต่งตัวที่สุดแสนจะกระแต คือ เสื้อเขียว กางเกงเลสีชมพู ก็ Action ประหนึ่งนางแบบเลยทีเดียว จนพระอาทิตย์เริ่มขึ้น ท้องฟ้าเริ่มเป็นสีทอง .. ไม่อยากจะคุย อิอิ สดชื่นมากมายย น้ำทะเลสีฟ้าคราม สวยมั่กๆ พวกตื่นสายก็อดเห็นไป 555+ เมื่อเราบันทึกภาพความประทับใจกันจนอิ่ม ก็เลยกลับบ้านไปอาบน้ำ (ความจริงไม่อยากอาบเล้ยย เพิ่งอาบไปเมื่อไม่กี่ชม. ก่อนนอน - -") และทยอยปลุกเพื่อนๆ ที่นอนอุตุอยู่ จะได้เตรียมตัวกินข้าว และร่วมกิจกรรมที่น้องๆ จัดไว้ให้ พอเราไปกินข้าวเสร็จ ก็เริ่มกิจกรรมแรกด้วยการแบ่งกลุ่ม โดยใช้วิธีการรุมเข้าไปแปะมือกัน แล้วค่อยๆ ชักมือออกทีละคนสองคน จนคนที่เหลือต้องออกไปสังเวยชีวิตกับการเต้นหนอนชาเขียว กลุ่มเราก็คือ ฟิมชาย กะ เก๋โต สลับเล่นแบบนี้กันไปเรื่อยๆ จนมีรอบนึงเป็นนังดะนัทออกไป โอ๊ย ฮากันท้องคัดท้องแข็งกะหนอนใบชา บึ๊ดจั้มบึ๊ด ระหว่างเล่น ทรายก็ได้สัมผัสมือกะหนุ่มๆ มากหน้าหลายตา อร๊ายยยย ... นี่ชั้นคิดอะไรออกไป >.<
หลังจากแบ่งกลุ่มลงตัวเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ แล้ว กลุ่มของทรายก็ไปเริ่มที่ฐานน้องปี 1 น้องๆ ให้เล่นบอลลูนสี แต่ต้องมีตัวประกัน 2 คน ซึ่งคัดจากคนหน้าตาดีที่สุด และแน่นอนย่อมไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน มันต้องเป็นทรายอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ ส่วนอีกคนคือ ตาไลฟ์ (แปลว่าชีวิต) เรา 2 คนได้นั่งเก้าอี้อย่าสบายอารมณ์ ส่วนเพื่อนๆ ที่เหลือต้องฝ่าด่านน้องๆ เพื่อเข้ามาช่วย เฮ้อ น่าสงสารคนชิงตัวประกันจริงๆ .. หลังจากจบด่านนี้ เราก็ไปต่อที่ฐานปี 2 อันนี้ฮามาก จากกลุ่มของเราต้องแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มต้องมีผู้ชายอยู่ด้วย และผู้นำของแต่ละกลุ่มก็คือ อู๊ดดี้ นามาเอะซัง โอชาย และ ไลฟ์ (แปลว่าชีวิต) ทั้ง 4 คนจะได้เลือกอาวุธประจำกาย นั่นคือ ชุดชั้นในไซส์ต่างๆ เป็นที่น่าสงสารโอชายมาก ได้คัพ A รัดติ้ววว เมื่อเริ่มเกมส์ เพื่อนๆ ในทีมจะต้องโยนลูกโป่งน้ำให้เข้าในชุดชั้นในที่พวกนั้นใส่ไว้ ทีมของทราย ตี่ ฟิมญ โดยการนำของอู๊ดดี้ สามารถเอาชนะไปได้ด้วยคะแนนเต็ม 20 แหม เรื่อง Milk Milk ขอให้บอกอู๊ดดี้เหอะ 555+ แต่ถึงแม้ว่าโอชายจะได้คัพ A แต่ก็มาแรงใช่ย่อย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะรั้งอันดับ 2 เมื่อกลุ่มทรายชนะ ก็สามารถเลือกลูกโป่งเพื่อลงโทษกลุ่มแพ้ กลุ่มของไลฟ์เจอลูกโป่งแป้ง กลุ่มทรายไม่เจออะไร (รอดตัวๆ ) กลุ่มโอชายก็เจอแป้งเหมียนกัลล์ อิอิ ส่วนกลุ่มนามาเอะซัง ได้กระดาษสีวิ้งๆ อารมณ์เหมือนผู้ชนะเกมส์โชว์ อยากได้อันนี้ง่า ... หลังจากจบฐานนี้ก็ต่อด้วยฐานปี 3 ฐานนี้น้องๆ ให้เล่นยิงเรือ ปิ๊ก แป๊ก โป้ง แต่ละกลุ่มตั้งชื่อได้ - -" เกินบรรยาย ที่จำได้ก็ กลุ่มทราย - ผัดผักฝัก กลุ่มนาม - สะบึคึ.. กลุ่มมะแม้นระนองยา อะไรสักอย่าง ส่วนกลุ่มโอชายจำมะได้ง่า เล่นกันไปเรื่อยๆ จนผู้ชนะได้แก่ กลุ่มทรายอีกเหมือนเดิม Team Work มั่กๆ และผู้นำของทีมชนะก็คือ OODY ก็ได้รางวัลเป็นการเป่าหนังยางบนตัว ตาอู๊ดดี้หัวเราะคิกๆๆ เราก็ฮากันซะ จบจากอันนี้ก็ไปรวมกัน น้องๆ ยังคงมีเกมส์ให้เล่นร่วมกัน คือให้พี่ๆ หันหน้าเข้าหากันและนั่งต่อแถวยาว ให้เดินเหยียบเข่ากันไปเรื่อยๆ ดีนะทรายนั่งใกล้ดะนัทและอู๊ดดี้ เค้าเลยข้ามๆ ไปเหยียบ 2 คนนี้กัน เมื่อกลับมาเลยไม่ค่อยสาหัส หลังจากจบเกมส์ก็ได้ไปกินข้าวเที่ยง และต่อด้วยกิจกรรมกีฬาฮาเฮ ศึกสายเลือด 4 ชั้นปี - - -
เริ่มกีฬาฮาเฮอย่างแรกคือ ชักกะเย่อ .. อันนี้ทรายถนัดมาก เป็นกีฬาอย่างเดียวที่เล่นแล้วได้ดี 555+ เลยขออาสาลงซะเรย และพวกเราก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปี 4 สามารถชนะรวดทุกนัดและได้เป็นที่ 1 ของกีฬาชักกะเย่อ (ฮ่าๆๆ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่แข่งกีฬา 4 ชั้นปีแล้วปีเราได้ที่ 1 น่าบันทึกลงประวัติศาสตร์โลกเลยนะเนี่ย) กีฬาอย่างต่อมาวิ่งเปี้ยวมั้ง แล้วก็ต่อด้วยเหยียบลูกโป่ง (ปี 4 พยายามจะชนะมากๆ ) แชร์บอล กีฬาแต่ละอย่างผ่านไปด้วยความสนุกสนาน มีแอบกัดและทับถมกันเป็นระยะๆ หลังจบจากกีฬาฮาเฮแล้วก็เป็นเวลา free time ใครจะทำอะไรก็ได้ พวกทรายเลยกลับไปนอนที่ห้อง เอาแรง ทั้งนอนทั้งคุยเล่นกัน รอเวลางานวัดตอนเย็น พอเย็นๆ หน่อยเราก็ทยอยกันอาบน้ำ ทราย ตี่ ฟิมญ เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็ไปถ่ายรูปเล่นกันที่ชายหาด และกลับไปแต่งตัวที่ห้อง เพื่อนๆ แต่ละคนแต่งตัวกันสุดฤทธิ์ ทรายกะแต่งตัวเป็นผดาชไม หรือเป้ย ในละอองดาว แต่อู๊ดดี้กะดะนัทมันแต่งเป็นเท่งกะโหน่ง ทรายเลยกลายเป็นส้มเช้ง สามช่าไปซะนี่ กรรมจริงๆ แต่งตัวแล้วเราก็ไปกินข้าว และต่อด้วยงานรื่นเริง ใน Theme งานวัด!!! เปิดงานด้วยพ่อกำนันที่ออกมาพูดเหน่อๆ แล้วก็ให้น้องๆ มาคล้องพวงมาลัยพี่ไปเต้นรำ เมื่อเต้นรำกันเสร็จ ก็ตามมาด้วยการแสดงของปี 2 อลังการงานสร้าง ดาวล้านดวง เอ็มโพเรียม พารากอน โคตรๆ มีการแสดงหลายชุด ตั้งแต่แคลลอลี่ บลา บลา ฟิล์ม ยากูซ่า เนโกะ จัมป์ ดงบังชินกิ และที่ฮาที่สุดก็คือมดเอ็กซ์ หัวเราะกันซะท้องคัดท้องแข็ง พี่ๆ คงจำกันได้อีกนานเลย น้องเอ๊ย ~~ ต่อด้วยการแสดงน้องปี 1 เป็นการแสดงละครเพลงพิสูจน์รักแท้หนุ่มสาว 1 คู่ และการแสดงปี 3 น้องๆ ขึ้นมาเล่นกีตาร์แล้วร้องเพลงให้ฟัง เมื่อจบการแสดง 3 ชั้นปี น้องๆ ก็เปิดคลิปวีดีโอ ภาพความทรงจำต่างๆ ต่อเนื่องกันหลายเพลง เล่นเอาทรายน้ำตาซึมไปเลยอ่า T-T แล้วสุดท้ายก็จบด้วยการผูกสายสิญจน์ให้พี่ๆ ในบรรยากาศชายหาด ซึ้งง่ะ ...
และเมื่อจบกิจกรรมต่างๆ แล้ว ก็ได้เวลาอีกครั้งที่พวกเราจะตั้งวง แยกเป็น 2 วงใหญ่ๆ ที่ทรายเข้าร่วมได้ คือ วงแรกเป็นวงของสาวๆ ปี 4 บริเวณเวที และอีกวงคือ วงที่บ้านพี่บัณฑิต วงสาวๆ ปี 4 ต่างสนุกสนานกับอบายมุขต่างๆ นานาๆ 555 ทั้งสุราและการพนัน ส่วนวงบ้านพี่บัณฑิตสนุกกับสุราและดนตรีอันเร้าใจ พอทรายไปเยือนบ้านพี่บัณฑิต พี่แดงกลัวเหลือเกินว่าทรายจะไปเตะขวดเหล้าแกแตก เลยเอาไปไว้ซะสูงทีเดียว ฮ่าๆๆ เต้นๆ หนุกๆ อยู่บ้านพี่บัณฑิตสักพักก็กลับไปที่วงปี 4 ซึ่งเราเอา Mp3 ต่อกับไมค์เสียงงี้กระจายไปทั่วเลยทีเดียว กำลังหนุกๆ เพลงก็ดับซะงั้น ไม่ใช่อะไร มีน้องบอกว่าตรงบ้านพี่บัณฑิตเสียงดัง ชาวบ้านเค้าจะแจ้งตำรวจมาจับ เหวอออออ เอาจิงเด้ -- พี่ๆ เลยต้องย้ายมาอยู่กะน้องๆ ปี 4 ทีนี้เหลือวงเดียว ซึ่งโคตรสนุกเลย เพราะเรามีพี่บุญมาเปิดแผ่นให้ dance กระจายยย มองไปมองมาพี่บุญเหมือนครูสอนแอโรบิกอ่ะ 555+ ทรายเต้นทั้งคืนอ่ะ อยู่กะหญิงเตล และน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ แต่ถึงทรายกะกึ่มๆ ทรายก็พาคนไม่เมาไปนอนได้ละกัน เฮอะๆๆ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2550
พอรุ่งเช้าเราก็ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันอีก ทรายกะเตลก็เล่นน้ำกันแต่เช้าเลย (เป็นทริปปีแรกที่ได้เล่นน้ำ) สนุกมากมายอ่า หลังจากอาบน้ำแต่งตัวก็ได้เวลานอนของทรายแล้ว แล้วก็ถูกลากไปกินข้าว แต่ทรายกินไม่ลงง่า มึนๆ นิโหน่ย หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปกัน ทั้งกลุ่ม เดี่ยว รวมปี 4 และก็กินข้าวเที่ยงกันอีกมื้อนึง จนสมควรแก่เวลาเราจึงได้เดินทางกลับบ้าน ....
>> จบซะที รอบนี้ทรายอัพยาวยังกะมหากาพย์เลยอ่ะ 555+
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|